สี่โคตรทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2006
สวัสดีครับ มิตรรักแฟนบอลทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ หลังจากที่ฟุตบอลโลก 2006 บนแผ่นดินเยอรมัน ผ่านพ้นมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว ปรากฎว่า 4 โคตรทีมที่หลุดมาถึงรอบนี้ได้ ล้วนแต่เป็นทีมจากทวีปยุโรป ทั้งนั้น
ทีมแชมป์เก่าอย่าง บราซิล เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก 5 สมัย หมดสิทธิ์เข้าไปล่าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ด้วยน้ำมือของ ฝรั่งเศส ที่ยิ่งเล่นยิ่งดี ทั้งที่ออกสตาร์ตได้ไม่สวยขนาดเจอ เกาหลีใต้ ยังเอาชนะไม่ได้ แต่สุดท้ายกลับล้มทีมเต็งแชมป์อย่าง บราซิล ลงได้ อย่างน่าทึ่ง
บราซิล ไม่เคยคว้าแชมป์บนแผ่นดินยุโรป ได้สำเร็จ อีกเลย นับตั้งแต่ที่ เปเล่ พาทีมแซมบ้า คว้าแชมป์โลก บนแผ่นดินสวีเดน เมื่อปี 1958 ขณะเดียวกันก็ไม่เคยมีทีมจากทวีปอเมริกาใต้ ทีมใด สามารถคว้าแชมป์บนแผ่นดินยุโรป ได้สำเร็จ
การคว้าแชมป์โลก 2 สมัย ของ อาร์เจนติน่า อีก 1 ยอดทีมของอเมริกาใต้ ครั้งแรกเกิดขึ้นบนแผ่นดินตนเอง ในตอนที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ในปี 1978 ส่วนครั้งที่สอง เกิดขึ้นที่ เม็กซิโก ในทวีปอเมริกากลาง เมื่อปี 1986 โดยมี ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกัปตันทีม
หลังจากนั้นอีก 4 ปี มาราโดน่า พา อาร์เจนติน่า เข้าชิงชนะเลิศกับ เยอรมันตะวันตก ในมหกรรมลูกหนังโลกที่อิตาลี แต่ก็พลาดท่าพ่ายไปก่อนที่ บราซิล จะทำได้ใกล้เคียงบ้าง เมื่อเข้าชิงชนะเลิศ ในปี 1998 แต่ก็แพ้ ฝรั่งเศส ทีมเจ้าภาพในครั้งนั้นไป ทำให้ยังไม่มีทีมใดจากอเมริกาใต้ มาคว้าแชมป์บนแผ่นดินยุโรป ได้อีก หลังจากหมดยุคของเปเล่ และชาวคณะ
แน่นอนว่าในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แชมป์โลกก็จะอยู่ในยุโรป นี่แหละ และหยุดการผูกขาดตำแหน่งแชมป์โลกของบราซิล เอาไว้ได้บ้าง หลังจากที่ ใน 3 ครั้งก่อนหน้านี้ บราซิล เล่นเข้าชิงซะ 3 ครั้ง คว้าแชมป์ไป 2 ครั้ง เล่นเอาทีมอื่นๆท้อ
เยอรมัน กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองมากที่สุด แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุด เมื่อดูจากความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นชื่อว่าเยอรมัน ยังไงก็แข็งแกร่งเสมอ เมื่อถึงเวลาลงแข่งขันจริง ยิ่งได้ลงเล่นในถิ่นของตนเอง ยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับทีม อินทรีเหล็ก ได้อีก
อิตาลี มาถึงรอบนี้ได้ ถือว่าเยี่ยมแล้ว ยิ่งการที่คู่แข่งของพวกเขาในการตัดเชือก คือทีมเจ้าภาพ อย่าง เยอรมัน แม้ว่าดูจากภาพรวมแล้วนักเตะของอิตาลี และชื่อชั้นของกุนซืออิตาลี จะดูดีกว่า เยอรมัน แต่ถึงเวลานี้แล้วอะไรๆมันก็ไม่แน่ไม่นอนแล้ว
ทั้ง เยอรมัน และ อิตาลี เคยเป็นแชมป์โลก มาแล้ว 3 สมัย เท่ากัน จะมีทีมใดกันที่จะได้เถลิงแชมป์สมัยที่ 4 ทำสถิติความยิ่งใหญ่ไปให้ใกล้เคียงกับ บราซิล โดยขั้นแรกต้องฝ่าฟันซึ่งกันและกันไปให้ได้ซะก่อน ตามด้วยการไปปราบ ฝรั่งเศส หรือ โปรตุเกส ในรอบชิงชนะเลิศ
ทางด้าน ฝรั่งเศส การที่หลุดมาถึงรอบนี้ได้ ด้วยการปราบ บราซิล อย่างน่าชมเชย ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่าทีม ตราไก่ ทีมีกุนซือที่สื่อไม่ค่อยชอบอย่าง เรย์มงด์ โดเมเนช จะมาได้ไกลอย่างนี้ เมื่อดูจากผลงานกระท่อน กระแท่นในรอบคัดเลือก มาจนถึงในรอบแรก
ซีเนอดีน ซีดาน ยอดนักเตะระดับตำนานของฝรั่งเศส ประกาศจะเลิกเล่นฟุตบอล หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งนี้ และดูเหมือนกว่าเขามีสิทธิ์จะอำลาสนามไปอย่างยิ่งใหญ่ ถ้าสามารถพา ฝรั่งเศส ที่อุดมไปด้วยนักเตะชั้นดี คว้าแชมป์โลก สมัยที่สองมาครองได้
ซีดาน ยังเล่นได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเกมที่พบกับบราซิล เขาคุมแดนกลางได้อยู่หมัด โดยมีเพื่อนๆอย่าง ปาทริค วิเอร่า และ โคล้ด มาเกเลเล่ 2 นักเตะกองกลางตัวรับระดับโลก คอยช่วยแบ่งเบางาน จนทำให้บรรดานักเตะแซมบ้า ซ่ากันไม่ออก ทั้ง กาก้า, จูนินโญ่ , โรนัลดินโญ่ และ โรนัลโด้ ไปไม่เป็นทั้งนั้น เมื่อเจอแผงกองกลางระดับโลกของฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาโดนแผงกองหลังจัดการอีก 1 ชั้น
ส่วน โปรตุเกส ของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กลายเป็นม้ามืดตัวจริงของการแข่งขัน ดับซ่า อังกฤษ ด้วยการดวลจุดโทษ ผ่านมาถึงรอบตัดเชือกได้ และแค่มาถึงรอบนี้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมหาศาลแล้ว
แม้จะเป็นประเทศที่มีนักเตะชั้นดีคอยป้อนให้กับทีมชาติมาตลอด แต่รู้หรือไม่ว่า โปรตุเกส เพิ่งผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก มาได้แค่ 4 สมัย โดยหลังจากยุคของ ยูเซบิโอ ที่พาทีมคว้าอันดับ 3 ในปี 1966 แล้ว ทีมชาติโปรตุเกส มีผลงานไม่ดีเอาซะเลย ทั้งที่สโมสรชั้นนำของประเทศ อย่าง เบนฟิก้า, สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เอฟซี ปอร์โต้ มีผลงานที่ดีในระดับทวีป มาโดยตลอด
โปรตุเกส กลับมาสู่เส้นทางที่ยอดเยี่ยมบนเวทีนานาชาติ ในช่วงไม่กี่ปีทีผ่านมานี้เอง โดยหลังจากผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกปี 1986 แล้ว ก็ต้องรอนานกว่า 16 ปี กว่าจะมาผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้อีกในปี 2002 ก็คือในฟุตบอลโลก ครั้งก่อน
ในฟุตบอลโลกครั้งก่อน โปรตุเกส จบที่รอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยพิษสงของ เกาหลีใต้ เจ้าภาพร่วม ทั้งที่พวกเขาน่าจะไปได้ไกลกว่านั้น เมื่อดูจากรายชื่อนักเตะชั้นนำในทีม ที่มีทั้ง รุย คอสต้า, หลุยส์ ฟิโก้ คอยคุมเกมให้
หลังจากนั้น โปรตุเกส กลับไปเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2004 ด้วยความหวังว่าจะคว้าแชมป์มาครองได้ แต่ก็ไปพลาดท่าพ่ายทีมรองบ่อนอย่าง กรีซ ไปอย่างน่าเสียดาย ในรอบชิงชนะเลิศ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นผลงานทีไม่เลยเลย สำหรับ โปรตุเกส ที่มียอดกุนซืออย่าง สโคลารี่ ที่เข้าคุมทีมตั้งแต่ปี 2002
จับตาดู โปรตุเกส ทีมนี้เอาไว้ให้ดีครับท่าน เพราะนอกจากจะมีนักเตะดีๆอยู่เต็มทีม ยังมีกุนซือที่เก่งมากอีกด้วย ในฟุตบอลโลก ครั้งก่อน ก็เป็น สโคลารี่ นี่แหละที่พา บราซิล คว้าแชมป์โลก สมัยที่ 5 มาครอง ก่อนจะลาออก มาคุมทีมชาติโปรตุเกส และในตอนนี้เขาก็กำลังมีลุ้นที่จะพา โปรตุเกส คว้าแชมป์โลก สมัยแรกมาครองแล้ว
โทนคุง (ดีเจ.จากคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 99 MHz.) Blackpanda69@sanook.com
สมัครบริการ SMS รับทีเด็ดฟุตบอลโลกกับ โทนคุง AIS โทร *48885531113 DTAC โทร *19888531113 True Move โทร *48885531113
|