เยอรมัน ยันละเมอ
สวัสดีครับมิตรรักแฟนบอลทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งตามอัตภาพของตัวผมเอง, เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ สนุกสนานสมกับการรอคอยอันแสนนาน 4 ปี เลยไหมครับท่าน
ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 เริ่มขึ้นมา สำหรับผมคิดว่ามันเป็นการแข่งขันที่สมบูรณ์แบบมากครั้งหนึ่ง ทั้งในเรื่องของการจัดการแข่งขัน และในเรื่องของเกมการแข่งขันที่ค่อนข้างจะสนุกสูสี มีสีสัน เพราะทุกวันนี้แทบทุกประเทศล้วนมีพัฒนาการด้านเกมลูกหนังกันอย่างก้าวหน้ามาโดยตลอด (อาจจะยกเว้นบางประเทศแถวนี้)
ขนาดบรรดาทีมน้องใหม่ทั้งหลาย อย่าง แองโกล่า, โตโก, ไอวอรี่โค้สต์ และ ตรินิแดด แอนด์ โตแบโก ยังเล่นกันได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าจะตกรอบแรกกันไปหมด แต่ก็ไม่ใช่สมันที่ใครจะมาเคี้ยวกินกันง่ายๆอย่างที่คิด เล่นกันน่าดูชมทั้งนั้น ขณะที่ กาน่า อีกหนึ่งทีมน้องใหม่ กลับทำได้ดีกว่านั้น เมื่อเบียดแซง สาธารณรัฐเช็ก ทีมชั้นนำของยุโรป ผ่านเข่ารอบสองไปได้
เมื่อมองรายชื่อทีมที่ผ่านมาเข้ารอบสองมาได้นั้น ก็ล้วนแต่เป็นบรรดาทีมเต็งทั้งนั้น จะมีก็แค่ กาน่า เท่านั้นที่เป็นม้ามืด จากการที่คว่ำ เช็ก มาได้ อย่างที่กล่าวไปแล้ว ส่วน ยูเครน และ ออสเตรเลีย ก็มีนักเตะที่มีคุณภาพสมควรแก่การหลุดมาถึงรอบนี้ทั้งนั้น
โดยเฉพาะ ยูเครน ที่เพิ่งมาร่วมศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรก หลังจากที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต เมื่อสิบกว่าปีก่อน เพียงแค่ครั้งแรกก็ผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างน่าทึ่ง ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ถ้ายังผ่านเข้ารอบลึกๆยิ่งกว่านี้อีก ถือว่าเป็นโบนัสแล้ว
ส่วนแมตช์ที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ที่สุด คงหนีไม่พ้นเกมรอบสองระหว่าง ฮอลแลนด์ กับ โปรตุเกส สองยอดทีมของยุโรป ที่หวดกันไฟแลบ จน วาเลนติน อิวานอฟ ผู้ตัดสินชาวรัสเซีย ปั่นป่วน แจกใบเหลืองไป 16 ใบ แถมด้วย 4 ใบแดง
ขณะที่ โรนัลโด้ กองหน้าดาวค้างฟ้าของบราซิล ที่ใครๆอาจจะมองเขาอ้วน แต่เขานี่แหละคือความภาคภูมิใจของคนอ้วน ( อย่างผม) อย่างแท้จริง เพราะเห็นอวบๆแบบนั้น พี่แกก็ตะบันไปแล้ว 3 ประตู ทำลายสถิติการยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลโลก ของ แกร์ด มุลเลอร์ อดียยอดหัวหอกเยอรมัน ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พี่โด้ ยิงประตูสุดคลาสสิค ในนัดที่ บราซิล ถล่ม กาน่า ในรอบรอบสอง ด้วยการพาบอลไปสับขาหลอก ยิกๆ จนนายทวาร กาน่า หลงกลล้มก้นจ้ำเบ้า แล้วพี่โด้ ก็ดีดบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายแบบต้องคาราวะ
ยามนี้เวลาผมไปไหนมาไหน มักจะได้ยินคำถามว่า คิดว่าใครน่าจะได้แชมป์บอลโลกครั้งนี้? ผมก็มักจะตอบไปเสมอว่าตอนนี้ เยอรมัน เจ้าภาพคือทีมที่น่ากลัวที่สุด แม้ว่าทีมชาติเยอรมันชุดนี้จะไม่ใช่ทีมที่ดีที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็ตาม
ทีมชาติเยอรมันชุดนี้ คุณภาพยังห่างไกลจากชุดคว้าแชมป์โลก ปี 1990 ที่มี โลธ่าร์ มัทเธอุส เป็นกัปตันทีม และมี ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ เป็นทีมเชฟ โดยมี รูดี้ โฟลเลอร์, คาร์ลไฮน์ รุมเมนิเก้ และ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เป็นกองหน้า
แต่ขึ้นชื่อว่า เยอรมัน แล้ว ยังไงก็ยังประมาทไม่ได้ทั้งนั้น ขนาดในชุดฟุตบอลโลก 2002 ที่ 2 ประเทศชั้นนำของดินแดนเอเชีย เป็นเจ้าภาพ ทีม อินทรีเหล็ก ชุดนั้น ที่มี รูดี้ โฟลเลอร์ เป็นทีมเชฟ ก็ไม่ได้มีนักเตะที่คุณภาพดีเด่ไปมากกว่าชุดปัจจุบัน แต่อย่างใด ยังผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แบบพลิกความคาดหมายนิดๆ เพราะก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นฟอร์มของเยอรมัน ในรอบคัดเลือก ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่
ผลงานในการลงอุ่นเครื่องของทีมชาติเยอรมันชุดปัจจุบัน ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ก็ไม่ค่อยจะดีเด่อะไรมากนัก แต่พอถึงเวลาลงแข่งขันจริง พวกเขาก็เล่นได้ดีขึ้นมาทันตาเห็น แม้อาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง เช่นเกมรับที่บางครั้งยังไม่ค่อยแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายก็เอาชนะคู่ต่อสู้มาได้เรื่อยๆ
เหตุผลสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เยอรมัน จะก้าวไปเป็นแชมป์โลก ครั้งนี้ ก็คือการเล่นในถิ่นของตัวเอง ทำให้คุ้นเคยต่อสภาพสนาม และภูมิประเทศ ภูมิอากาศ รวมทั้งการได้กำลังใจอย่างล้มหลามจากแฟนบอลของตนเอง
ในฟุตบอลโลก 1994 รอบสุดท้าย ที่สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ ฝรั่งเศส ไม่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เพราะตกรอบคัดเลือกไป ในการคุมทีมของ เชราร์ อุลลิเย่ร์ โดยมี ดาวิด ชิโนล่า เป็นแพะรับบาป ที่ทะลึ่งเลี้ยงบอล จนโดน เอมิล คอสตาดินอฟ กองกลางของบัลแกเรีย แย่งไปยิงประตูดับฝันฝรั่งเศส และพา บัลแกเรีย ไปฟุตบอลโลก ครั้งนั้นแทน ก่อนจะไปคว้าอันดับ 4 มาครองได้อีกด้วย
หลังจากนั้นอีก 4 ปี ฝรั่งเศส กลับกลายเป็นแชมป์โลก สมัยแรก จากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอง โดยไม่ต้องไปเตะรอบคัดเลือกให้เมื่อยตุ้ม แหม พอคิดทื่อๆแบบนี้ขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้เห็นความน่ากลัวของ เยอรมัน มากขึ้นไปอีก (คนละเรื่องเดียวกัน ซะงั้น)
โทนคุง (ดีเจ.จากคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 99 MHz.) Blackpanda69@sanook.com
สมัครบริการ SMS รับทีเด็ดฟุตบอลโลกกับ โทนคุง AIS โทร *48885531113 DTAC โทร *19888531113 True Move โทร *48885531113
|