|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
สวิตเซอร์แลนด์ |

ก่อตั้ง : ปี 1895
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 7 ครั้ง (1934, 1938, 1950, 1954, 1962, 1966, 1994) ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : รอบก่อนรองชนะเลิศ (1934, 1938, 1954) เกียรติประวัติระดับทวีป : -
ประวัติทีมชาติ
หลังจากตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 1998 ที่ ฝรั่งเศส และ ฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในที่สุด สวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า แท้ๆ ก็ได้มีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย อีกครั้ง ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ เยอรมัน
สวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ โคบี้ คูห์น ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ แบบหวุดหวิดจริงๆ เมื่อเอาชนะ ตุรกี ได้ในรอบเพลย์ออฟ ด้วยกฎอเวย์โกล์ (away goal) โดยในนัดแรกของรอบเพลย์ออฟ พวกเขาเปิดบ้านในกรุงเบิร์น เอาชนะ ตุรกี ไปได้ก่อน 2-0 ก่อนจะออกไปแพ้ที่ อิสตันบุล ถิ่นของนักเตะเติร์ก 2-4 รวมผล 2 นัด เสมอกัน 4-4 แต่ การที่นักเตะแดนนาฬิกา สามารถมายิงประตูนอกถิ่นได้ แถมยังไม่เสียประตูในถิ่นของตนเอง ทำให้เป็นฝ่ายชนะไปตามกฎอเวย์โกล์
เชื่อหรือไม่ว่า ก่อนหน้าที่จะมาแพ้ ตุรกี ในนัดที่สองของรอบเพลย์ออฟ สวิตเซอร์แลนด์ ไม่แพ้ใครติดต่อกันมา 14 นัด เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทีมแดนนาฬิกา ได้เป็นอย่างดี
ก่อนหน้านั้น สวิตเซอร์แลนด์ ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม 4 ด้วยการไม่พ่ายแพ้ทีมใดเลย เก็บได้ 18 คะแนน จากการลงสนาม 10 นัด แม้แต่ ฝรั่งเศส ก็ทำได้แค่เสมอกับพวกเขาทั้ง 2 นัด ที่เจอกัน นอกจากนั้น สวิตเซอร์แลนด์ ยังทำผลงานได้ดีในการพบกับ ไอร์แลนด์ อีก 1 ทีมแข็งของกลุ่มนี้ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะโดน ฝรั่งเศส เบียดแซงคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง พร้อมกับโควตามาโชว์ฝีเท้าที่เยอรมัน โดยอัตโนมัติ แต่ในที่สุดแล้ว นักเตะแดนนาฬิกา ก็ยังฝ่าฟันมาถึงเมืองเบียร์จนได้
ก่อนหน้านี้ สวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งสุดท้าย เมื่อปี 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ ก่อนจะหายหน้าไปนาน ถึงจะผ่านมาถึงรอบสุดท้ายได้อีกครั้ง ก่อนจะกลับไปเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ปี 2008 ร่วมกับ ออสเตรีย ประเทศเพื่อนบ้าน
ในฟุตบอลโลก 1994 สวิตเซอร์แลนด์ ที่มี ซิริอาโก้ สฟอร์ซ่า และ สเตฟาน ชาปุยสาต เป็นตัวชูโรง ทำผลงานได้ดีพอสมควร เมื่อผ่านรอบแรกมาได้ ก่อนจะตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการโดน สเปน ยำใหญ่ 0-3
สำหรับ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้ ขับเคลื่อนด้วยพลังนักเตะดาวรุ่งหลายคน โดยเฉพาะ ทรานควิลโล่ บาร์เนตต้า กองกลางพรสวรรค์สูง ซึ่งตอนนี้สังกัดสโมสรไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดังในบุนเดสลีกา เยอรมัน และ ฟิลิปป์ เซนเดอรอส กองหลังอนาคตไกล สังกัดสโมสรอาร์เซน่อล ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ทั้ง บาร์เนตต้า และ เซนเดอรอส ต่างก็เป็นกำลังสำคัญช่วยกันพาทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี คว้าแชมป์ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี มาครองได้ ในปี 2002 และนักเตะในชุดนั้นหลายคนก็น่าจะก้าวมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ในอนาคต
นอกจากนั้น สวิตเซอร์แลนด์ ยังมีนักเตะฝีเท้าดี ประสบการณ์สูง อยูาในทีมอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โยฮัน โฟเกิ้ล กองกลางจอมทัพ ซึ่งค้าแข้งอยู่กับสโมรเอซี มิลาน ทีมมหาอำนาจของอิตาลี, ปาสคาล ซูเบอร์บูห์เลอร์ นายทวารจอมเก๋าจากบาเซิ่ล, ราฟาเอล วิคกี้ กองกลางชั้นดีจากสโมสรฮัมบูร์ก ทีมดังของเยอรมัน และ อเล็กซานเดอร์ เฟร ดาวยิงชั้นยอดของแรนส์ ทีมดังในฝรั่งเศส ที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับโลกว่าเขาคือหนึ่งในยอดกองหน้าชั้นนำหรือไม่ หลังจากที่แจ้งเกิดในลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้แล้ว
สำหรับ ยาค็อบ โคบี้ คูห์น กุนซือของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้ เข้ามารับตำแหน่งในปี 2001 โดยก่อนหน้านั้นเขาเป็นกุนซือของทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปี มาก่อน
คูห์น คลุกคลีกับวงการฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์ มานาน โดยก่อนที่จะมาเป็นโค้ชเขาก็เป็นนักเตะคนดังของแดนนาฬิกามาก่อน ในตำแหน่งกองกลาง ด้วยการสร้างชื่อกับ เอฟซี ซูริช ทีมดังในสวิสนั่นเอง และพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ 6 ครั้ง นอกจากนั้นเขายังติดทีมชาติไปทั้งหมด 63 ครั้ง
ในฟุตบอลโลก ครั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในกลุ่ม จี ร่วมกับ ฝรั่งเศส ทีมคู่ปรับเก่าจากรอบคัดเลือก, เกาหลีใต้ ทีมชั้นนำของเอเชีย และ โตโก ทีมน้องใหม่จากแอฟริกา ซึ่งดูๆแล้วก็มีแค่ ฝรั่งเศส ทีมเดียวที่เหนือกว่า สวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น การผ่านรอบแรก ไม่น่าจะยากเย็นสำหรับนักเตะแดนนาฬิกา แต่ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ยังคิดภาพไม่ออกครับ
ผู้จัดการทีม : โคบี้ คูห์น
รายชื่อนักเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์
|
|
 |
|
|