|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
สวีเดน |

ก่อตั้ง : ปี 1904
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 10 ครั้ง (1934, 1938, 1950, 1958, 1970, 1974, 1978, 1990, 1994, 2002) ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : รองแชมป์ ปี 1958 เกียรติประวัติระดับทวีป : -
ประวัติทีมชาติ
สวีเดน ผ่านเข้ามาทำศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ปี 2006 ที่ เยอรมัน ด้วยโควตาทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม ของรอบคัดเลือก โซนยุโรป ที่มีผลงานดีที่สุด 2 ทีม ซึ่งจะไม่ต้องไปเตะในรอบเพลย์ออฟ ให้ต้องลุ้นกันใจหายใจคว่ำอีกรอบ
ในรอบคัดเลือก โซนยุโรป สวีเดน อยู่ในกลุ่ม 10 ทำสถิติ ชนะ 8 แพ้ 2 เป็นทีมที่ทำประตูได้เยอะ เฉลี่ยแล้ว 3 ลูกต่อ 1 นัดเลยทีเดียว โดยเสียไปแค่ 4 ประตู และความพ่ายแพ้ 2 นัด ของพวกเขา ก็เป็นการพ่ายแพ้ให้กับ โครเอเชีย คู่ปรับสำคัญในกลุ่ม ทั้งเหย้าและเยือน
แม้ว่า สวีเดน จะจบรอบคัดเลือก โดยมี 24 คะแนนเท่ากับ โครเอเชีย แต่เมื่อคิดกันตามกฎการเจอกันเองแบบเฮดทูเฮด ทำให้พวกเขาต้องก้มหน้ารับอันดับ 2 ไป แต่ด้วยผลงานที่ดีก็ทำให้ไม่ต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟ แต่อย่างใด
นักเตะกำลังสำคัญคนหนึ่งของ สวีเดนชุดนี้ ก็คือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าร่างโย่งจากสโมสรยูเวนตุส ในอิตาลี ที่ทำไปได้ 7 ประตู ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ครั้งนี้ โดยยิงได้ถึง 4 ประตู ในนัดที่ สวีเดน ถล่ม มอลต้า 7-0 และยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ทีมแดนไวกิ้งชนะ ฮังการี ไปได้แบบหวุดวหิด
นอกจาก อิบราฮิโมวิช แล้ว เฟรดริก ลุงเบิร์ก กองกลางจากอาร์เซน่อล ทีมชั้นนำของอังกฤษ ก็ยิงได้ถึง 7 ประตู เช่นกัน ทั้งที่เป็นกองกลาง ส่วน เฮนริก ลาร์สสัน กองหน้าจอมเก๋าสังกัดบาร์เซโลน่า ที่หวนกลับมาเล่นให้ทีมชาติอีกครั้ง หลังจากที่เคยประกาศอำลาทีมชาติไปแล้ว ก็ซัดไปได้ 4 ประตู
สวีเดน เล่นในระบบ 4-4-2 โดยมี อันเดรียส อิแซคส์สัน นายทวารจากแรนส์ ในฝรั่งเศส เป็นนายด่านมือ 1 ขณะที่กองหลังก็นำโดย โอลอฟ เมลล์เบิร์ก กองหลังจอมเก๋าจากแอสตัน วิลล่า นำขบวน ร่วมกับ อีริค เอ็ดมัน วิงแบ๊กจากแรนส์
ส่วนกองกลางก็นำโดย เฟรดริก ลุงเบิร์ก จากอาร์เซน่อล และ คิม คัลล์สตรอม เพลย์เมกเกอร์จากแรนส์ ในฝรั่งเศส โดยมีจอมเก๋าอย่าง นิคลาส อเล็กซานเดอร์สัน จอมเก๋าจากไอเอฟเค โกเตนเบิร์ก คอยช่วยประคอง
ขณะที่แดนหน้าก็มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลัก ร่วมกับ เฮนริก ลาร์สสัน โดยมี มาร์คุส อัลบัค และ มาร์คุส โรเซนเบิร์ก เป็นกำลังเสริม
สำหรับฟุตบอลโลก 2006 เป็นการผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งที่ 11 ของ สวีเดน โดยประเทศเล็กๆจากสแกนดิเนเวียชาตินี้ มีประวัติศาสตร์วงการลูกหนังที่น่าชื่นชมมาก
ในฟุตบอลโลก ปี 1938 สวีเดน ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ได้, ก่อนจะมาคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ปี 1948 หลังจากนั้นอีก 10 ปี พวกเขาก็รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกบ้าง และมีนักเตะชั้นนำในยุคนั้นอย่าง กุนนาร์ เกรน, นีลส์ ลีดโฮล์ม และ กุนนาร์ นอร์ดาห์ล เป็นตัวชูโรงของทีม และนักเตะทั้ง 3 ก็พา สวีเดน ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะไปพ่าย บราซิล 2-5 ชวดคว้าแชมป์โลก มาประดับบารมีไปแบบน่าเสียดาย และทำให้ บราซิล เริ่มต้น การก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของวงการลูกหนังโลก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลังจากนั้น สวีเดน มาสร้างผลงานได้ดีที่สุด ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้อีกครั้ง ในฟุตบอลโลก 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา โดยมี เคนเน็ต อันเดอร์สัน, โทมัส โบรลิน และ มาร์ติน ดาห์ลิน เป็นนักเตะกำลังสำคัญ ที่ช่วยพาทีมแดนฟรีเซ็กส์ ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปแพ้ บราซิล แต่ก็มาเอาชนะ บัลแกเรีย ในการชิงอันดับ 3 มาครอง
ภายใต้การคุมทีมของโค้ชคู่ คือ ลาร์ส ลาเกอร์บัค กับ ทอมมี่ โซเดอร์เบิร์ก ลงทำศึกฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้ แะ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ปรากฏว่า สวีเดน คว้าแชมป์กลุ่มในการลงเตะรอบแรก แม้ว่าจะอยู่ในสายหินร่วมกับ อังกฤษ และ อาร์เจนติน่า แต่กลับกระเด็นตกรอบสองด้วยฝีเท้าของ เซเนกัล ทีมน้องใหม่ในฟุตบอลโลก ครั้งนั้น
โซเดอร์เบิร์ก ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากจบฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2004 ซึ่ง สวีเดน ตกรอบสอง ด้วยการแพ้ ฮอลแลนด์ ในการดวลจุดโทษ ทำให้ ลาเกอร์บัค เป็นกุนซือใหญ่ของนักเตะไวกิ้ง เพียงคนเดียว โดยมี โรลันด์ อันเดอร์สสัน มาเป็นผู้ช่วย
ในรอบแรกของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ สวีเดน อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ อังกฤษ, ปารากวัย และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ซึ่งด้วยสรรพกำลังของนักเตะในทีม ประกอบกับประสบการณ์ในระดับนานาชาติที่มากมาย สวีเดน น่าจะผ่านรอบแรกไปได้ แล้วค่อยไปว่ากันในรอบต่อไป
ผู้จัดการทีม : ลาร์ส ลาเกอร์บัค
รายชื่อนักเตะทีมชาติสวีเดน
|
|
 |
|
|