|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
ซาอุดิอาระเบีย |

ก่อตั้ง : ปี 1959
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 3 ครั้ง (1994, 1998, 2002) ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี1994 เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์เอเชี่ยน คัพ 3 สมัย (1984, 1988, 1996), แชมป์ กัลฟ์ คัพ 2 สมัย (1994, 2002)
ประวัติทีมชาติ
ซาอุดิอาระเบีย จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจทางเกมลูกหนังของทวีปเอเชีย และผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้วหลายสมัย โดยในฟุตบอลโลก 2006 นี้ ถือเป็นการผ่านเข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน
ทีมเศรษฐีน้ำมันจากตะวันออกกลาง เริ่มต้นรอบคัดเลือก รอบแรก โซนเอเชีย ด้วยการอยู่กลุ่มเดียวกับ อินโดนีเซีย, ศรีลังกา และ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งพวกเขาก็ผ่านมาได้แบบสบายๆ เมื่อเปิดบ้านถล่มทีม อินโดนีเซีย 3-0 ก่อนจะบุกไปเชือด ศรีลังกา 1-0 ตามด้วยการถล่ม เติร์กเมนิสถาน 3-0 และยังตามไปชนะ เติร์กเมนิสถาน ด้วยสกอร์ 1-0 ต่อด้วยการยกพลไปอัด อินโดนีเซีย ที่จาการ์ตา 3-1 ทำให้ ซาอุดิอาระเบีย ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แน่นอนแล้ว ก่อนจะส่งท้ายของรอบแรก ด้วยการเปิดบ้านล่อ ศรีลังกา 3-0
พอมาถึงการแข่งขันรอบคัดเลือก รอบสุดท้ายนั้น ซาอุดีอาระเบีย อยู่ในกลุ่มเดียวกับ อุซเบกิสถาน, คูเวต และเกาหลีใต้ โดยนัดแรกบุกไปเสมอกับ อุซเบกิสถาน 1-1 โดยได้ประตูจาก ซามี่ อัล จาเบอร์ กองหน้าจอมเก๋า ที่กลับมาเล่นให้กับทีมชาติอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปนาน ก่อนจะมาโชว์ฟอร์มเก่ง เอาชนะ เกาหลีใต้ ไปด้วยสกอร์ 2-0
หลังจากนั้น ซาอุดิอาระเบีย ออกไปเสมอกับ คูเวต 0-0 ก่อนจะมาแก้ตัวเปิดบ้านถล่ม คูเวต ยับเยิน 3-0 และนัดต่อมาก็ยังเอาชนะ อุซเบกิสถาน ไปได้ 3-0 และในนัดสุดท้าย ซาอุดิอาระเบีย จะต้องไปเยือน เกาหลีใต้ เพื่อแย่งอันดับที่หนึ่งของกลุ่ม และพวกเขาก็บุกไปชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ที่กรุงโซล จากประตูชัยของ โมฮัมเหม็ด อัล อันบาร์ ทำให้ ซาอุดิอาระเบีย ตีตั๋วมาเยอรมัน แบบสุดสง่าผ่าเผย
ซาอุดิอาระเบีย เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งเอเชีย หรือ เอเชี่ยนส์ คัพ มาครองได้ 3 สมัย ในปี 1984, 1988 และ 1996 และทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศหันมาส่งเสริมกีฬาฟุตบอลกันอย่างจริงจังจนก้าวไปสู่ระดับมืออาชีพในที่สุด ทีมเศรษฐีน้ำมัน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก ในฟุตบอลโลก 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อเอาชนะ โมร็อกโก และ เบลเยี่ยม ได้ในรอบแรก ทำให้ได้ผ่านเข้ามาสู่รอบสอง ก่อนจะแพ้ให้กับ สวีเดน ทีมอันดับ 3 ของฟุตบอลโลก ครั้งนั้น ไปในที่สุด
หลังจากนั้น ซาอุดิอาระเบีย ลงเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายไปอีก 6 นัด ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส และ 2002 ที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น แต่พวกเขาทำได้แค่เสมอ 1 นัด อีก 5 นัดที่เหลือแพ้เรียบ โดยเฉพาะการแพ้ เยอรมัน แบบน่าขายหน้า 0-8 ในฟุตบอลโลก 2002 นับเป็นความหดหู่ของทีมเศรษฐีน้ำมัน อย่างแท้จริง
ในการลงเตะรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย มี กาเบรี่ยล กัลเดรอน กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ นำทัพ โดยเข้าเขามาคุมทีมต่อจาก เจอร์ราร์ด ฟาน เดอร์ เล็ม กุนซือชาวดัตช์ ที่ทำผลงาน่าผิดหวังในฟุตบอลเอเชียนส์ คัพ ครั้งล่าสุด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กัลเดรอน จะพาทีมซาอุดิาระเบีย ผ่าเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2006 ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องออกจากตำแน่งไป โดยมี มาร์กอส ปาเควต้า กุนซือชาวบราซิเลียน เข้ามารับตำแหน่งแทน ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีก่อน ปาเควต้า มีสัญญาคุมทีมไปจนถึงฟุตบอล คัพ ปี 2007 และฟุตบอลเอเชียนส์ คัพ โดยมี นาสเซอร์ อัล-จาวาร์ อดีตกุนซือทีมชาติซาอุดิาระเบีย ปี 2002 มาทำหน้าที่ผู้ช่วย
ก่อนหน้านี้ ปาเควต้า เคยเป็นโค้ชให้ อัล-ฮิลัล ทีมดังลีกซาอุฯ และประกาศศักดาพาทีมคว้าแชมป์ลีก และฟุตบอลถ้วยในประเทศมาครองได้ในปีล่าสุด นอกจากนี้ ปาเควต้า ยังเคยคุมทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รวมทั้งยังเคยนำทัพ "แซมบ้า" ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี คว้าแชมป์ฟุตบอลเยาวชนโลก ปี 2003 มาแล้ว นับว่าฝีไม้ลายมือใช้ได้เลย
ในรอบแรกของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย อยู่ในกลุ่ม เอช ร่วมกับ สเปน, ยูเครน และ ตูนิเซีย ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่งานง่ายของ ปาเควต้า และพลพรรคนักเตะซาอุดิาอาระเบีย ที่จะฝ่าฟันรอบแรกไปได้ เพราะ สเปน กับ ยูเครน คงไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่
ผู้จัดการทีม : มาร์กอส ปาเกต้า
รายชื่อนักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบีย
|
|
 |
|
|