สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
ค้นหาเรื่องฟุตบอล
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
ควบคุมคุณภาพโดย ทีมงานสนุก! ฟุตบอลทีม
 
32 ทีมสุดท้าย
โปรตุเกส

ก่อตั้ง : ปี 1914

ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 3 ครั้ง (1966, 1986, 2002)
ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : อันดับ 3 ปี 1966
เกียรติประวัติระดับทวีป : -

ประวัติทีมชาติ

โปรตุเกส ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ อย่างสง่าผ่าเผย ด้วยผลงานที่สวยหรูดูดี คว้าชัยชนะมาได้ 9 นัด จากการลงสนาม 12 นัด ในรอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม 3 ทำแต้มทิ้งห่าง สโลวะเกีย ทีมอันดับ 2 ของกลุ่มถึง 7 คะแนน แถมยังมีสถิติยิงประตูได้มากที่สุดในรอบคัดเลือก ของยุโรป

ทีมนักเตะแดนฝอยทอง ยิงกันระเบิดเถิดเทิง ถึง 35 ประตู และเสียไปเพียง 5 ประตู เท่านั้น โดยมี เปโดร เปาเลต้า กองหน้าตัวหลักที่สังกัดสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในลีกฝรั่งเศส เป็นเครื่องจักรถล่มประตู โดยในรอบคัดเลือก โซนยุโรป เปาเลต้า กดไปถึง 11 ประตู เป็นดาวยิงสูงสุดของทวีปนี้ และทำให้เขาก้าวขึ้นไปเทียบนักเตะระดับตำนานของประเทศอย่าง ยูเซบิโอ ด้วยการทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดให้กับทีมชาติโปรตุเกส ของ “เสือดำแห่งโมเซมบิก” ที่สกอร์ 41 ประตู ไปแล้ว

ทีมที่สร้างปัญหาให้กับ โปรตุเกส มากที่สุด ในฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม 3 กลับไม่ใช่ รัสเซีย หรือ สโลวะเกีย แต่ดันกลายเป็นทีมสมันน้อยอย่าง ลิคเท่นสไตน์ ที่เวลาเจอกับโปรตุเกสทีไร เล่นกันดีกว่ามาตรฐานทุกที โดยในนัดแรกที่เจอกันที่วาดุซ ในเดือนตุลาคม ปี 2004 ทั้งสองทีมเสมอกันไป 2-2 พอกลับมาเล่นกันที่ถิ่นของโปรตุเกส ในเมืองอเวโร ก็ปรากฏว่า โปรตุเกส เฉือนเอาชนะไปแบบใจหายใจคว่ำ 2-1 จากประตูชัยในนาทีที่ 85 ของ นูโน่ โกเมส ดาวยิงรูปหล่อ

อย่างไรก็ตาม ผลงานทีไม่ค่อยดีนักในการเจอกับ ลิคเท่นสไตน์ ไม่ได้บั่นทอนขวัญและกำลังใจของนักเตะโปรตุเกส เมื่อพวกเขาจัดการถล่มทีมที่แกร่งกว่า ลิคเท่นสไตน์ มากมาย อย่าง รัสเซีย ไปแบบหมดสภาพหมีขาว 7-1 ในการลงเตะที่กรุงลิสบอน และนั่นคือผลงานที่ดีที่สุดของ โปรตุเกส ในรอบคัดเลือก

แฟนบอลโปรตุเกส ตั้งความหวังว่าทีมชาติโปรตุเกสชุดนี้ จะสามารถสร้างผลงานบันลือโลกได้อย่างทีมของยูเซบิโอ และชาวคณะ ในฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษ ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะลงเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรก แต่ก็ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปพ่ายให้กับ อังกฤษ ทีมเจ้าภาพ ที่กลายเป็นแชมป์โลก ครั้งนั้น ไปในที่สุด

หลังจากยุคของ ยูเซบิโอ ดูเมือนว่ายุคทองของวงการฟุตบอลโปรตุเกส ได้กลับมาอีกครั้งในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 โดยมี หลุยส์ ฟิโก้ และ รุย คอสต้า เป็นกำลังสำคัญ และนักเตะทั้งสอง ก็พาทีมแดนฝอยทองผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2000 หรือ ยูโร 2000 ที่ ฮอลแลนด์ กับ เบลเยี่ยม ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ

หลังจากที่ โปรตุเกส ต้องพบกับความผิดหวัง ในฟุตบอลโลก 2002 ที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ เมื่อตกรอบแรก ไปแบบน่าเจ็บใจ ทำให้ สมาคมฟุตบอลโปรตุเกส แต่งตั้ง หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ยอดกุนซือชาวบราซิเลียน ที่พาทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์โลก สมัยที่ 5 มาครองได้ในฟุตบอลโลก 2002 มาคุมทีมชาติโปรตุเกส ดูบ้าง

ภารกิจสำคัญงานแรกของ สโคลารี่ คือการพา โปรตุเกส ลงทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2004 หรือ ยูโร 2004 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพเอง และแม้ว่า โปรตุเกส จะชวดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย ด้วยการพ่ายแพ้ กรีซ ทีมจอมพลิกล็อก ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้ได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์ยุโรป แต่เมื่อมองผลงานโดยรวมของ โปรตุเกส ในรายการนี้ ก็ถือว่าดีมาก

หลังจากที่จบศึกยูโร 2004 สโคลารี่ ก็พาทีมนักเตะแดนฝอยทอง ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน ได้สำเร็จ อย่างสบายๆ ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้แฟนบอลโปรตุเกส พากันตั้งความหวังเอาไว้กับกุนซือคนนี้พอสมควร

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ หรือ "บิ๊กฟิล" เข้ามารับงานคุมทีมชาติโปรตุเกสตั้งแต่ในช่วงปี 2003 หลังจากพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 มาครอง โดยก่อนหน้าที่จะเลื่อนขึ้นมารับงานในระดับชาติ สโคลารี่ เคยคุมทีมในระดับสโมสรในประเทศบ้านเกิด และสร้างผลงานเอาไว้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เริ่มจากการนำทีม คริเซียม่า คว้าแชมป์ บราซิเลียน คัพ ในปี 1991

หลังจากนั้นก็ย้ายมาคุม เกรมิโอ อดีตทีมที่เขาเคยลงเล่นเป็นนักเตะในยุค 70 และนำทีมคว้าแชมป์ บราซิเลียน คัพ ในปี 1994 ต่อด้วยแชมป์ ลิเบอร์ตาดอเรส คัพ ในปี 1995 และยังมาพา พัลไมรัส ได้แชมป์รายการดังกล่าวอีกด้วย

สำหรับทีมชาติโปรตุเกส ชุดนี้นำโดย หลุยส์ ฟิโก้ กองกลางจอมเก๋า จากสังกัดอินเตอร์ มิลาน ในอิตาลี อดีตนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป ปี 2000 และนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่า ปี 2001 ซึ่งแม้ว่าอายุอานามของเขาจะมากแล้ว แต่ฝีเท้ายังเฉียบขาด เป็นที่พึ่งพาของเพื่อนฝูงในทีมได้เสมอ

นอกจากนั้น โปรตุเกส ยังมี เดโก้ กองกลางจอมเทคนิคเชื้อสายบราซิล จากสโมสรบาร์เซโลน่า ยอดทีมของสเปน ที่จะคอยช่วยเหลืองานของ ฟิโก้ ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีจอมสับขาอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองกลางดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คอยสร้างความปั่นป่วนให้กับกองหลังคู่ต่อสู้อีกด้วย ขณะที่ในเกมรับก็มี ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ กับ เปาโล แฟร์เรร่า 2 กองหลังชั้นดีจากเชลซี ทีมแชมป์พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ เป็นกำลังสำคัญ

ด้วยมันสมองของโค้ชที่ยอดเยี่ยมอย่าง สโคลารี่ ประกอบกับตัวผู้เล่นชั้นดีมากมายในทีม ทำให้ โปรตุเกส ที่อยู่ในรอบแรกของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ร่วมกับ เม็กซิโก, อิหร่าน และ แองโกล่า ในกลุ่ม ซี น่าจะผ่านรอบแรกไปได้ไม่ยาก แต่หลังจากนั้นอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ผู้จัดการทีม : หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่

รายชื่อนักเตะทีมชาติโปรตุเกส

 กลุ่มเอ
เยอรมัน
คอสตาริกา
โปแลนด์
เอกวาดอร์
 กลุ่มบี
อังกฤษ
ปารากวัย
ตรินิแดดและโตเบโก
สวีเดน
 กลุ่มซี
อาร์เจนตินา
ไอวอรีโคสต์
เซอร์เบียฯ
ฮอลแลนด์
 กลุ่มดี
เม็กซิโก
อิหร่าน
แองโกลา
โปรตุเกส
 กลุ่มอี
อิตาลี
กาน่า
สหรัฐอเมริกา
สาธารณรัฐเช็ก
 กลุ่มเอฟ
บราซิล
โครเอเชีย
ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น
 กลุ่มจี
ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์
เกาหลีใต้
โตโก
 กลุ่มเอช
สเปน
ยูเครน
ตูนิเซีย
ซาอุดิอาระเบีย
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพอข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกแจ้งลบ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ