|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
ปารากวัย |

ก่อตั้ง : ปี 1906
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 6 ครั้ง (1930, 1950, 1958, 1986, 1998, 2002) ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : รอบ 16 ทีมสุดท้าย (1998, 2002) เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์โคปา อเมริกา (1953, 1979)
ประวัติทีม
ปารากวัย กลายเป็นขาประจำฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไปแล้ว หลังจากที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ของมหกรรมลูกหนังโลก ใน 3 ครั้งล่าสุดนี้ นับตั้งแต่ ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส ต่อด้วย ฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น จนมาถึง ฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน โดยก่อนหน้านั้น ปารากวัย เคยผ่านฟุตบอลโลกในปี 1930, 1950, 1958, 1986 มาแล้ว ครั้งแรกที่ ปารากวัย ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เริ่มจาก ฟุตบอลโลก 1986 ที่ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ ปารากวัย ที่มี ฮูลิโอ เซซ่าร์ โรเมโร่ และ โรแบร์โต้ คาบานาส เป็นกำลังสำคัญ ก็ผ่านเข้ารอบสองได้เช่นกัน ก่อนจะไปแพ้ อังกฤษ ที่มี แกรี่ ลินิเกอร์ เป็นตัวชูโรง 0-3
ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ ฝรั่งเศส ปารากวัยที่นำทีมโดย โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต นายทวารคนเก่ง ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อผ่านรอบแรกไปได้ จากการเสมอกับ บัลแกเรีย และ สเปน 0-0 ก่อนจะมาชนะ ไนจีเรีย ทำให้ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป แต่ก็มาพ่ายให้กับ ฝรั่งเศส ที่กลายเป็นแชมป์โลก ครั้งนั้น ในรอบสอง ด้วยประตูชัยของ โลร็องต์ บล็องค์ เซนเตอร์ฮาล์ฟคนเก่งของทีม ตราไก่
ถัดมาในฟุตบอลโลก 2002 ที่เอเชีย ปารากวัย ก็ยังสามารถผ่านรอบแรก ไปได้อีกครั้ง ด้วยการเสมอ แอฟริกาใต้ ต่อด้วยแพ้ สเปน แต่ก็มาชนะ สโลวิเนีย ไปได้ ทำให้ได้เข้ารอบสอง ก่อนจะไปพ่ายให้กับ เยอรมัน ทีมรองแชมป์ในครั้งนั้น ด้วยสกอร์ 0-1 เช่นกัน โดยมาโดน โอลิเวอร์ นอยวิลล์ กองหน้าร่างเล็กของเยอรมัน ยิงประตูดับความหวัง ในช่วงก่อนหมดเวลาการแข่งขันเพียง 2 นาที
ปารากวัย ได้สิทธิ์ผ่านมาเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งนี้ อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2005 หลังจากบุกไปเอาชนะ เวเนซุเอล่า ได้สำเร็จ
แม้ว่า ปารากวัย จะออกเริ่มต้น รอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2006 โซนอเมริกาใต้ ได้แบบไม่โสภานัก เมื่อโดน เปรู ถล่มเละเทะ 1-4 ในนัดแรก แต่ลูกทีมของ อนิบัล รุยซ์ ก็ไม่ปล่อยให้ความพ่ายแพ้นัดแรกมาบ่อนทำลายขวัญ กำลังใจ เมื่อกลับมาเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องในนัดสำคัญๆ ทั้งการลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง รวมทั้ง การออกไปเป็นทีมเยือน ไล่ตั้งแต่การเปิดบ้านถล่ม "จอมโหด" อุรุกวัย 4-1, เฉือน เอกวาดอร์ 2-1, บุกไปเฉือนหวิว ชิลี 1-0, เล่นในบ้านเบียดชนะ เวเนซุเอลา 1-0, ปราบ ชิลี 2-1 และ ไล่ถล่ม โบลิเวีย 4-1
ปารากวัย จบรอบคัดเลือก ด้วยสถิติ ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 6 เก็บได้ทั้งมด 28 คะแนน เข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 4 ของโซนอเมริกาใต้ ต่อจาก บราซิล, อาร์เจนติน่า และ เอกวาดอร์ โดยชัยชนะนัดสำคัญของพวกเขาคือการเฉือนเอาชนะ อาร์เจนติน่า 1-0 เมื่อวันที่ 3 กันยายน ปี 2005 ซึ่งเป็นการเอาชนะทีม ฟ้า-ขาว ได้เป็นครั้งแรก ในการลงเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก
อย่างไรก็ตาม ปารากวัย ก็มีผลงารการเล่นที่ดีไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ เป็นประเภท 3 วันดี 4 วันไข้ เหมือนกัน บทจะดีก็ดีใจหายบทจะห่วยก็แย่จริงๆ อาทิเช่น โดน เปรู ล่อเละเทะ 1-4 โดน เอกวาดอร์ ถล่ม 2-5 โดน บราซิล ถลุง 1-4 แถมในนัดสุดท้ายแม้จะเข้ารอบไปแล้ว แต่การโดน โคลอมเบีย บุกมาเชือด 0-1 ก็ทำให้แฟนๆทีมปารากวัย ต้องโห่ใส่ทีมตัวเองเหมือนกัน
สำหรับ อนิบัล รุยซ์ กุนซือของทีมชาติปารากวัย นั้น เป็นชาวอุรุกวัย ที่เข้ามาคุมทีมต่อจาก เซซาเร่ มัลดินี่ กุนซือชื่อดังชาวอิตาลี ที่ออกจากตำแหน่งไป หลังจากจบฟุตบอลโลก 2002 โดยในตอนแรกเขาถูกตั้งขึ้นมารับตำแหน่งแบบชั่วคราวก่อนจะมาถูกแต่งตั้งให้รับงานแบบถาวรในที่สุด ในเดือนเมษายน ปี 2003
ก่อนจะมารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติ ปารากวัย นั้น อนิบัล รุยซ์ สร้างชื่อในวงการลูกหนังปารากวัย กับสโมสรโอลิมเปีย และด้วยบุคลิกที่สุภาพของเขา ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของสื่อมวลชนปารากวัย
หลังจากเข้ามาเป็นกุนซือทีมชาติปารากวัย รุยซ์ ผสมผสานระหว่างนักเตะหน้าเก่าและนักเตะรุ่นใหม่ โดยดัน จุสโต้ วิลลาร์ มาเป็นนายทวารมือ 1 ของทีม ต่อจาก ชิลาเวิร์ต ขณะที่ คาร์ลอส กามาร์ร่า กองหลังจอมเก๋าก็ยังอยู่คุมแนวรับของทีมเช่นเดิม ส่วนในแผงกองกลางก็มี ฮูลิโอ ดอส ซานโต๊ส และ เอ็ดการ์ บาร์เรโต้ ที่สร้างชื่อมาจากการนำทีมคว้าเหรียญเงินกีฬาโอลิมปิก 2004 เป็นกำลังสำคัญ
ส่วนแดนหน้าก็มี โรเก้ ซานตา ครูซ กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิค และ เนลสัน วัลเดซ จากแวร์เดอร์ เบรเมน 2 ทีมดังของเยอรัน เป็นตัวชูโรง แถมยังมีจอมเก๋าอย่าง โฮเซ่ คาร์โดโซ่ คอยประคองน้องๆอีกด้วย
ในรอบแรกของฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ปารากวัย อยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับ อังกฤษ, สวีเดน และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ซึ่งก็ไม่ได้หินจนเกินไปนักที่พวกเขาจะฝ่าฟันไปสู่รอบ 2 ได้ เหมือนใน 2 ครั้งที่ผ่านมา
ผู้จัดการทีม : อนิบัล รูอิซ
รายชื่อนักเตะทีมชาติปารากวัย
|
|
 |
|
|