|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
ฮอลแลนด์ |

ก่อตั้ง : ปี 1889
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 7 ครั้ง (1934, 1938, 1974, 1978, 1990, 1994, 1998) ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : รองแชมป์โลก (1974, 1978) เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์ยุโรป ปี 1988
ประวัติทีมชาติ
หลังจากคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ ฝรั่งเศส ปรากฏว่า ฮอลแลนด์ ดันตกรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2002 จนอดไปร่วมมหกรรมฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ด้วยน้ำมือของ โปรตุเกส และ ไอร์แลนด์ ในตอนนี้ ฮอลแลนด์ กำลังจะได้กลับมาสำแดงเดชในฟุตบอลโลก ให้ชาวประชาได้ประจักษ์ อีกครั้ง ในศึกลูกหนังโลก ที่เยอรมัน
ฮอลแลนด์ ถือว่าเป็นชาติที่มีกีฬาฟุตบอลเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาเช่นกัน โดยช่วงเวลาที่ถือว่าเป็นยุคของของวงการลูกหนังแดนกังหันลม คงจะเป็นช่วงทศวรรษ 1970 ภายใต้การกุมบังเหียนของ ท่านนายพล ไรนุส มิเชล กุนซือระดับตำนานของฮอลแลนด์ นั่นแล
พลพรรคนักเตะ อัศวินสีส้ม สร้างชื่อกระฉ่อนโลกด้วยสไตล์การเล่นแบบ โททั่ล ฟุตบอล อันลือเรื่อง โดยมีนักเตะระดับตำนานอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ และ โยฮัน นีสเก้นส์ เป็นกำลังสำคัญ
ในฟุตบอลโลก ปี 1974 ที่ เยอรมัน เป็นเจ้าภาพ ครัฟฟ์ และชาวคณะ สร้างผลงานยอดเยี่ยม ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยไปพบกับทีม อินทรีเหล็ก เจ้าถิ่น ก่อนที่ ฮอลแลนด์ จะพ่ายไปแบบน่าเสียดาย 1-2 ชวดตำแหน่งแชมป์โลก ไปในที่สุด
หลังจากนั้นอีก 4 ปี ในฟุตบอลโลก ปี 1978 ที่ อาร์เจนตินา เป็นเจ้าภาพ ครัฟฟ์ พากองทัพนักเตะ อัศวินสีส้ม กลับมาโชว์ฝีเท้าอีกครั้ง และก็ยังสร้างผลงานได้ดี ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ได้อีกครั้ง โดยพบกับ พลพรรคนักเตะ ฟ้า-ขาว เจ้าถิ่น และก็เป็นอีกครั้งที่ ฮอลแลนด์ ต้องอกหัก พ่ายเจ้าภาพไปด้วยสกอร์ 1-3 ทำให้ชวดแชมป์โลกไปแบบน่าเสียดายในช่วงเวลาที่เรียกว่าอาจจะดีที่สุดของวงการฟุตบอลฮอลแลนด์ และทำให้นักเตะเทวดาอย่าง ครัฟฟ์ ที่ฝีเท้าไม่ได้เป็นรอง ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ หรือ มาริโอ แคมเปส เลย ต้องกลายเป็นราชันไร้มงกุฎ มาจนถึงทุกวันนี้
ทีมชาติฮอลแลนด์ กลับมาสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้งในปี 1988 ภายใต้การคุมทีมของ มิเชล เช่นเดิม โดยคราวนี้มีกำลังสำคัญคือ 3 ทหารเสือ รุด กุลลิท, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ มาร์โก แวน บาสเท่น รวมทั้งปราการหลังชั้นดีอย่าง โรนัลด์ คูมัน
ด้วยสรรพกำลังดังกล่าว ฮอลแลนด์ ประสพความสำเร็จด้วยการก้าวไปเป็นแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 1988 ที่ เยอรมันตะวันตก เป็นเจ้าภาพ ด้วยการเอาชนะ สหภาพโซเวียต ในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากนั้น กองทัพนักเตะฮอลแลนด์ที่มีดีกรีแชมป์ยุโรป ก็ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 1990 ที่ อิตาลี เป็นเจ้าภาพ ด้วยความหวังอย่างยิ่งว่าจะยังทำผลงานได้ดีอีกครั้ง และหวังถึงตำแหน่งโลก ครั้งแรก อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ฮอลแลนด์ ก็ไปไม่ถึงดวงดาวอีกครั้ง เมื่อต้องกระเด็นตกรอบสอง ไปด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ เยอรมันตะวันตก ซึ่งกลายเป็นแชมป์โลก ในครั้งนั้น แถมยังมีเหตุการณ์อัปยศที่ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ถ่มน้ำลายใส่หน้า รูดี้ โฟลเลอร์ กองหน้าของทีม อินทรีเหล็ก ยุคนั้น (ต่อมาทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นกุนซือของทีมชาติของตนเอง)
ทีมชาติฮอลแลนด์ชุดปัจจุบัน มี มาร์โก แวน บาสเท่น อดีตนักเตะระดับตำนานของทีมเป็นกุนซือ โดยเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก ดิ๊ค อั๊ดโวคาท กุนซือคนก่อนที่ออกจากตำแหน่งไป หลังจากพาทีม อัศวินสีส้ม ไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2004 ที่ โปรตุเกส
พลพรรคนักเตะ อัศวินสีส้ม เริ่มต้นรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 2006 ได้อย่างสวยงาม เมื่อเอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก คู่แข่งสำคัญไปได้ 2-0 ในนัดแรกของการแข่งขัน ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ของตนเอง ก่อนจะทำสถิติ ชนะ 10 เสมอ 2 ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปสู่ดินแดนเยอรมัน ด้วยการเป็นแชมป์ของรอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม 1 โดยยังตามไปย้ำแค้น สาธารณรัฐเช็ก ได้ถึงกรุงปราก 2-0 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2005 อีกด้วย
ทีม อัศวินสีส้ม ยุคนี้ มีนักเตะเก๋าๆอย่าง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย และ ฟิลลิป โคคู เป็นแกนหลัก คอยประคองน้องๆนักเตะดาวรุ่ง อย่าง เดิร์ค ไคท์, อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ ชไนเดอร์ และ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท
ด้วยสรรพกำลังนักเตะ อัศวินสีส้ม ชุดนี้ เชื่อว่า ฮอลแลนด์ มีโอกาสสร้างผลงานได้ดี อย่างที่คาดหวังในมหกรรมลูกหนังโลก ครั้งนี้ แต่การที่ แวน บาสเท่น ยังเป็นแค่กุนซือหน้าใหม่ ที่ประสบการณ์ในการคุมทีม ยังไม่มากมายนัก ตำแหน่งแชมป์โลก ก็อาจจะยังไกลเกินไปสำหรับทัพนักเตะฮอลันดา
ผู้จัดการทีม : มาร์โก แวน บาสเท่น
รายชื่อนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์
|
|
 |
|
|