สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
ค้นหาเรื่องฟุตบอล
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
ควบคุมคุณภาพโดย ทีมงานสนุก! ฟุตบอลทีม
 
32 ทีมสุดท้าย
อิตาลี

ก่อตั้ง : ปี 1898

ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 15 ครั้ง (1934, 1938, 1950, 1954, 1962, 1966, 1970, 1974, 1978, 1982, 1986, 1990, 1994, 1998, 2002)
ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : แชมป์โลก 3 สมัย (1934, 1938, 1982)
เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์ยุโรป ปี 1968

ประวัติทีมชาติ

นับตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกกำเนิดขึ้นมา อิตาลี คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้ 3 สมัย แล้ว ดังนั้นคงจะสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขาจัดว่าเป็นหนึ่งชาติมหาอำนาจของวงการลูกหนังโลก เช่นกัน

อิตาลี เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก ในปี 1934 หรือฟุตบอลโลก ครั้งที่ 2 นั่นเอง โดยพวกเขารับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพเองด้วย ภายใต้การสนับสนุนของ มุสโสลินี ผู้นำเผด็จการของพวกเขา และพลพรรคนักเตะ "อัซซูรี่" ก็สามารถทะยานขึ้นเป็นแชมป์โลก ได้ทันที โดยเอาชนะ เช็กโกสโลวะเกีย 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ และในฟุตบอลโลกครั้งต่อมา ในปี 1938 ที่ ฝรั่งเศส รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ อิตาลี ก็ยังยอดเยี่ยม คว้าแชมป์โลก มาครองได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยเอาชนะ ฮังการี ในรอบชิงชนะเลิศ 4-2

หลังจากความยิ่งใหญ่ในยุคเริ่มต้นของฟุตบอลโลก อิตาลี ต้องรอนานถึงปี 1982 กว่าที่พวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์โลก สมัยที่ 3 มาครองได้ ในแผ่นดิน สเปน โดยมี เปาโล รอสซี่ และ ดีโน่ ซอฟฟ์ เป็นตัวชูโรง โดยในฟุตบอลโลก ครั้งนั้น รอสซี่ เป็นดาวซัลโวสูงสุดของการแข่งขัน ด้วยการซัดไป 6 ประตู โดย 3 ประตู ในนั้นมาจากการทำแฮตทริกใส่บราซิล ซะด้วย

ในฟุตบอลโลก 2006 ที่ เยอรมัน เป็นเจ้าภาพ อิตาลี ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาแข่งขันเป็นสมัยที่ 16 แล้ว
เรียกได้ว่าตั้งแต่มีฟุตบอลโลกมา อิตาลี ไม่ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายแค่ 2 ครั้ง คือในครั้งแรก ปี 1930 ที่อุรุกวัย และปี 1958 ที่ประเทศ สวีเดน

อิตาลี เป็นประเทศที่มีฟุตบอลลีกที่แข็งแกร่ง คือ กัลโช่ เซเรีย อา ที่มีสุดยอดทีมบรรจุอยู่หลายทีม ไม่ว่าจะเป็น เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส, โรม่า และ ลาซิโอ และผลิตนักเตะระดับโลกขึ้นมาประดับวงการลูกหนังมากมายหลายคน อาทิเช่น โรแบร์โต้ บาจโจ้, เปาโล มัลดินี่, ฟรังโก้ บาเรซี่, จานนี่ ริเอร่า, ดีโน่ ซอฟฟ์ จนมาถึง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ

ในฟุตบอลโลก 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ อิตาลี มีโอกาสใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์โลก สมัยที่ 4 มากที่สุด เมื่อพวกเขาผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับ บราซิล ซึ่งในตอนนั้น บราซิล ก็ยังเป็นแชมป์โลก 3 สมัย เช่นกัน ดังนั้นหากทีมใดเป็นผู้ชนะในเกมส์ดวลแข้งที่สนามโรส โบวล์ ในดินแดนแห่งเสรีภาพ ก็จะได้เป็นแชมป์โลก สมัยที่ 4 เป็นชาติแรก และก็กลายเป็น บราซิล ที่ทำสำเร็จ ส่วน อิตาลี ก็ผิดหวังไป หลังจากที่ทั้งคู่สู้กันจนถึงการดวลจุดโทษชี้ขาด ก่อนที่ โรแบร์โต้ บาจโจ้ จะซัดจุดโทษข้ามคาน ส่งถ้วยแชมป์ให้กับ บราซิล ไปครอง

สำหรับในฟุตบอลโลก ครั้งก่อน หรือ ฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ปรากฎว่า อิตาลี ภายใต้การทำทีมของ โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ต้องพบกับความผิดหวังอย่างแรง เมื่อโดนฤทธิ์เดชของเจ้าภาพร่วมอย่าง เกาหลีใต้ เขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปแบบน่าเจ็บใจ ท่ามกลางเสียงโวยวายว่าผู้ตัดสินทำหน้าที่เอนเอียงเข้าข้างทีมเจ้าถิ่นจนได้ชัยชนะ หรือ อิตาลี โดนปล้นชัยชนะนั่นเอง

หลังจากความล้มเหลวที่ดินแดนเอเชีย ตราปัตโตนี่ ก็พา อิตาลี ไปทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 รอบสุดท้าย ที่ โปรตุเกส และก็ยังทำผลงานไม่น่าประทับใจ เมื่อทีม "อัซซูรี่" กระเด็นตกรอบแรก ไปด้วยสถิติ ชนะ 1 เสมอ 2 และนั่นก็ทำให้พวกเขาได้แค่อันดับ 3 ของกลุ่ม ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบต่อไป

ผลงานที่ไม่สู้ดีของ ตราปัตโตนี่ ทำให้ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี แต่งตั้ง มาร์เชโล่ ลิปปี้ อดีตเทรนเนอร์มือพระกาฬของยูเวนตุส มารับตำแหน่งนายหัวของทีม "อัซซูรี่" เพื่อพาทีมกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังโลก อีกครั้ง

แนวทางการทำทีมของ ลิปปี้ ที่ชัดเจนก็คือเขาไม่ง้อดาราดัง ไม่พึ่งพาใครเป็นพิเศษ ไม่มีการการันตีตำแหน่งในทีมชาติให้กับนักเตะซูเปอร์สตาร์คนไหนทั้งนั้น ซึ่งเคสนี้ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และ คริสเตียน วิเอรี่ โดนมาแล้วกับตัว

ขณะเดียวกัน ลิปปี้ ก็ให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ที่ทำผลงานดี มาติดทีมชาติ "อัซซูรี่" มากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียน ซัคคาร์โด้, อันเดรีย บาร์ซาญี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, มานูเอล บลาซี่, เมาโร เอสโปซิโต้, ลูก้า โทนี่, อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ และ วิเชนโซ่ ยากวินต้า

เมื่อขุมกำลังคลื่นลูกใหม่มาผสมผสานกับพวกขาประจำฝีเท้าดีอย่าง อเลสซานโดร เนสต้า, จานลูก้า ซามบร็อตต้า, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, จานลุยจิ บุฟฟ่อน, อันเดรีย ปิร์โล่, อีวาน เจนาโร่ กัตตูโซ่ และ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ จึงทำให้ อิตาลี ของ ลิปปี้ มีทรัพยากรบุคคลให้เลือกใช้มากมายก่ายกอง ชนิดที่หลายๆทีมต้องอิจฉา แต่ปัญหาก็คือ ลิปปี้ จะผสมผสานขุมพลังเหล่านี้ ขับเคลื่อน "อัซซูรี่" ไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลก สมัยที่ 4 ได้หรือไม่?

ผู้จัดการทีม : มาร์เชลโล่ ลิปปี้

รายชื่อนักเตะทีมชาติอิตาลี

 กลุ่มเอ
เยอรมัน
คอสตาริกา
โปแลนด์
เอกวาดอร์
 กลุ่มบี
อังกฤษ
ปารากวัย
ตรินิแดดและโตเบโก
สวีเดน
 กลุ่มซี
อาร์เจนตินา
ไอวอรีโคสต์
เซอร์เบียฯ
ฮอลแลนด์
 กลุ่มดี
เม็กซิโก
อิหร่าน
แองโกลา
โปรตุเกส
 กลุ่มอี
อิตาลี
กาน่า
สหรัฐอเมริกา
สาธารณรัฐเช็ก
 กลุ่มเอฟ
บราซิล
โครเอเชีย
ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น
 กลุ่มจี
ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์
เกาหลีใต้
โตโก
 กลุ่มเอช
สเปน
ยูเครน
ตูนิเซีย
ซาอุดิอาระเบีย
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพอข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกแจ้งลบ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ