สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
ค้นหาเรื่องฟุตบอล
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
ควบคุมคุณภาพโดย ทีมงานสนุก! ฟุตบอลทีม
 
32 ทีมสุดท้าย
อังกฤษ

ก่อตั้ง : ปี 1863

ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 11 ครั้ง (1950, 1954, 1958, 1962, 1966, 1970, 1982, 1986, 1990, 1998, 2002)
ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : แชมป์โลก ปี 1966
เกียรติประวัติระดับทวีป : -

ประวัติทีมชาติ

อังกฤษ คือชาติที่อ้างว่าพวกเขาคือผู้คิดค้นเกมส์กีฬาฟุตบอลขึ้นมาเป็นชาติแรกในพื้นพิภพโลกานี้ แต่ให้ตายเถิดโรบิ้นฟาน เพอร์ซี่ ประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ว่าพลพรรคนักเตะ "สิงโตคำราม"ที่บอกว่าตัวเองเป็นชาติต้นกำเนิดเกมส์ลูกหนังนั้นเพิ่งจะเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เพียง 1 ครั้ง เท่านั้น ในปี 1966 ซึ่ง อังกฤษ เป็นเจ้าภาพเองและได้แชมป์ไปแบบน่ากังขาด้วยการเอาชนะ เยอรมันตะวันตก จากประตูปริศนาของ เจฟฟ์ เฮิร์สท์

พลพรรคนักเตะ "สิงโตคำราม" ภายใต้การคุมทีมของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน กุนซือชาวสวีเดน ผ่านเข้ามาถึงรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก หลังจากที่นัดแรก อังกฤษ ทำได้แค่เพียงเสมอ ออสเตรีย 2-2 ต่อมาจากนั้น อีริคส์สัน พาลูกทีม "ทรีไลออนส์" ชนะรวด 6 นัด ก่อนจะมาสะดุดแพ้ ไอร์แลนด์เหนือ ไปแบบขายขี้หน้า 0-1 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2005

ผลงานการพ่ายแพ้แบบเส็งเคร็งต่อ ไอร์แลนด์เหนือ บวกกับความพ่ายแพ้ต่อ เดนมาร์ก อย่างยับเยิน 1-4 ในการลงเตะอุ่นเครื่อง ก่อนหน้านั้นประมาณหนึ่งเดือน ทำให้พลพรรคนักเตะ "สิงโตคำราม" เสียเครดิตไปพอสมควร ขณะที่ อีริคส์สัน ก็โดนสื่อมวลชนเมืองผู้ดีถล่มแหลก เพราะนอกจากเรื่องผลงานในสนามของทีมชาติอังกฤษ ในช่วงนั้นแล้ว กุนซือสวีดิช ยังมีประวัติด่างพร้อยในเรื่องของความเจ้าชู้ประตูดิน ไปจนถึงกำแพงดิน อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม อีริคส์สัน และขุนพลแข้งอิงลิช ก็มาแก้ตัวด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ออสเตรีย และ โปแลนด์ ทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์ของโซนยุโรปกลุ่ม 6 ด้วยสถิติ ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1

อังกฤษ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก มาแล้ว 11 ครั้ง เริ่มจาก ปี 1950 ที่จัดการแข่งขันกันที่ประเทศบราซิล ก่อนจะมาประสพความสำเร็จก้าวไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลก ในปี 1966 และมาเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์โลก มากที่สุดอีกครั้งในปี 1990 ในการแข่งขันที่ประเทศอิตาลี เมื่อ อังกฤษ ภายใต้การกุมบังเหียนของ "ปู่บ็อบ" บ็อบบี้ ร็อบสัน ผ่านเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย หรือรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปพลาดท่าพ่าย เยอรมันตะวันตก คู่ปรับตลอดกาล ในการดวลจุดโทษชี้ขาด หลังจากเสมอกันในเวลาปกติ และช่วงต่อเวลาพิเศษ รวม 120 นาที

หลังจากความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ชาวอังกฤษ ก็ได้เห็นภาพสุดคลาสสิคปนเศร้ากับภาพการหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายของ "ไอ้อ้วนซ่าส์" พอล แกสคอยน์ กองกลางห้องเครื่องของทีม "สิงโตคำราม" ชุดนั้น

ในฟุตบอลโลก 1994 อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมของ "มิสเตอร์หัวผักกาด" เกรแฮม เทย์เลอร์ ตกรอบคัดเลือกซะงั้น ก่อนจะกลับมาสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งในปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ "สิงโตำคำราม" ที่มีกุนซือชื่อ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล และมีนักเตะดาวรุ่งอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น และ เดวิด เบ็คแฮม ก็ไปไม่ถึงดวงดาวเมื่อพ่าย อาร์เจนตินา คู่ปรับตัวฉกาจ ในการดวลจุดโทษ ในการแข่งขันรอบสอง

โดยนัดนั้น เบ็คแฮม โดนใบแดงจากการไปเสียค่าโง่ให้กับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กองกลางจอมเก๋าของทีม "ฟ้า-ขาว" เมื่อ "หนุ่มเบ็คส์" ซึ่งโดน ซิเมโอเน่ เล่นงานก่อนนั้น ทำท่าจะไปเตะเอาคืน ต่อหน้าต่อตาผู้ตัดสิน จึงโดนใบแดงไปเป็นค่าโง่ ก่อนที่ อังกฤษ จะพ่ายไปในที่สุด และ แพะรับบาป ก็ชื่อ เดวิด เบ็คแฮม นั่นแล

ส่วนในฟุตบอลโลก ครั้งก่อน หรือในปี 2002 ที่มีเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพร่วมกันนั้น อังกฤษ ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งที่ 5 เมื่อพ่ายให้กับ บราซิล 1-2 ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจากพลังสังหารของ ไมเคิ่ล โอเว่น แต่ก็มาโดนทีเด็ดของ โรนัลดินโญ่ ยิงไกลกว่าเกือบครึ่งสนามข้ามหัว เดวิด ซีแมน เป็นประตูชัยให้ทีมแซมบ้า ดับซ่าส์ "สิงโตคำราม" ก่อนจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก สมัยที่ 5 ในที่สุด

หลังจากนั้นอีก 2 ปี อังกฤษ ก็ตกรอบก่อนรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 หรือ ยูโร 2004 ด้วยการดวลจุดโทษแพ้ โปรตุเกส แต่อย่างไรก็ตาม อังกฤษ ก็ได้ค้นพบดาวรุ่งดวงใหม่ ที่มีชื่อว่า เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าที่ว่ากันว่ามีพรสวรรค์ และความสามารถระดับโลก รูนี่ย์ ไม่ใช่นักเตะอังกฤษคนเดียวที่มีความสามารถระดับโลก ไหนยังจะมี ไมเคิ่ลโอเว่น, เดวิด เบ็คแฮม, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ในขณะที่แผงกองหลังก็มีคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่ไว้ใจได้อย่าง จอห์น เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ดังนั้นฟุตบอลโลกครั้งนี้ จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่แฟนบอล "สิงโตคำราม" หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมสุดที่รักของพวกเขาจะก้าวไปถึงฝั่งฝันซักที หลังจากที่ต้องรอมานานถึง 40 ปีแล้ว กับตำแหน่งแชมป์โลก ให้สมกับที่อวดอ้างว่าเป็นชาติต้นตำหรับลูกหนังสมัยใหม่

ผู้จัดการทีม : สเวน โกรัน อีริคส์สัน

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษ

 กลุ่มเอ
เยอรมัน
คอสตาริกา
โปแลนด์
เอกวาดอร์
 กลุ่มบี
อังกฤษ
ปารากวัย
ตรินิแดดและโตเบโก
สวีเดน
 กลุ่มซี
อาร์เจนตินา
ไอวอรีโคสต์
เซอร์เบียฯ
ฮอลแลนด์
 กลุ่มดี
เม็กซิโก
อิหร่าน
แองโกลา
โปรตุเกส
 กลุ่มอี
อิตาลี
กาน่า
สหรัฐอเมริกา
สาธารณรัฐเช็ก
 กลุ่มเอฟ
บราซิล
โครเอเชีย
ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น
 กลุ่มจี
ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์
เกาหลีใต้
โตโก
 กลุ่มเอช
สเปน
ยูเครน
ตูนิเซีย
ซาอุดิอาระเบีย
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพอข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกแจ้งลบ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ