สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
ค้นหาเรื่องฟุตบอล
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
ควบคุมคุณภาพโดย ทีมงานสนุก! ฟุตบอลทีม
 
32 ทีมสุดท้าย
บราซิล

ก่อตั้ง : ปี 1914

ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 17 ครั้ง (1930, 1934, 1938, 1950, 1954, 1958, 1962, 1966, 1970, 1974, 1978, 1982, 1986, 1990, 1994, 1998, 2002)
ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : แชมป์โลก 5 สมัย (1958, 1962, 1970, 1994, 2002), รองแชมป์โลก 2 สมัย (1950, 1998), อันดับ 3 (1938, 1978)
เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์โคปา อเมริกา 7 สมัย (1919, 1922, 1949, 1989, 1993, 1997, 1999), แชมป์ แพน อเมริกา 4 สมัย (1963, 1975 กับเม็กซิโก, 1979, 1987)

ประวัติทีมชาติ

ทีมชาติบราซิล จัดว่าเป็นตัวเต็งแทบทุกครั้งที่เข้าแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย และพวกเขาก็เข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก มาทุกครั้ง รวม 17 ครั้ง ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า คิดถึงบราซิล ผู้คนทั่วโลกน่าจะคิดถึงฟุตบอล มากกว่ากาแฟ อันเป็นสินค้าขึ้นชื่อของประเทศนี้เสียอีก

บราซิล คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองแล้ว 5 สมัย มากกว่าชาติใดในโลกหล้า โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้แชมป์โลก ก็คือในฟุตบอลโลกครั้งก่อน หรือฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ นั่นเอง ด้วยการเอาชนะ เยอรมัน ไปแบบขาดลอย ในรอบชิงชนะเลิศ

หลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 มาครองได้ พลพรรคนักเตะ "เซเลเซา" ยังไม่หยุดเดินหน้าสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอลของตนเอง เมื่อยังสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติของอเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา ในปี 2004 มาครองได้อีก ก่อนจะมารวบแชมป์ ฟีฟ่า คอนเฟดเดอเรชั่น ได้อีก 1 รายการ ต่อด้วยการคว้าอันดับ 1 ของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ มาครองได้อีกด้วย โดย บราซิล เป็นทีมแชมป์เก่าทีมแรกที่ต้องลงแข่งขันตั้งแต่ในรอบคัดเลือก แทนที่จะได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 แบบอัตโนมัติ ในฐานะแชมป์เก่า ตามกฏใหม่ของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)

บราซิล จัดว่าเป็นชาติที่มีฟุตบอลเป็นประวัติศาสตร์อันเชิดหน้าชูตา โดยพวกเขาพยายามจะเป็นนแชมป์โลก ตั้งแต่ปี 1950 ด้วยการรับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแช่งขันฟุตบอลโลก ด้วยหวังว่าจะคว้าแชมป์โลก ต่อหน้าแฟนๆของตนเองให้เป็นที่ชื่นอกชื่นใจกันทั้งชาติ แต่ความฝันในครั้งนั้นของพวกเขาก็ไม่กลายเป็นความจริง เมื่อพลพรรค "เซเลเซา" พลาดท่าพ่าย อุรกวัย 1-2 คาสนามมาราคาน่า ชามอ่างยักษ์อันเลื่องชื่อของพวกเขา ทำให้ได้แค่ตำแหน่งรองแชมป์ไปครอง แบบน่าเจ็บใจ

แต่หลังจากนั้น 8 ปี บราซิล ก็เข้าสู่หนทางแห่งความยิ่งใหญ่จนได้ โดยมีเด็กหนุ่มวัย 17 ปี ที่ชื่อ เปเล่ เป็นกำลังสำคัญในการพาทีมแซมบ้า ก้าวไปเถลิงแชมป์ฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันที่ประเทศสวีเดน
โดยในรอบชิงชนะเลิศ บราซิล เอาชนะ สวีเดน ไปได้ 5-2

หลังจากนั้น เปเล่ และชาวคณะก็พาทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์โลก ได้อีก 2 ครั้ง ในปี 1962 ที่ประเทศชิลี และปี 1970 ที่ประเทศ เม็กซิโก แต่หลังจากที่ เปเล่ ประกาศเลิกเล่น ดูเหมือนว่าผลงานของทีมชาติบราซิล ก็ตกลงเรื่อยๆ
และพวกเขาต้องรอนานถึง 24 ปี กว่าที่จะสามารถผงาดขึ้นไปครองแชมป์ฟุตบอลโลก ได้อีกครั้ง

ซึ่งนั่นก็คือการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่กุนซือของทีมชาติบราซิล ชุดนั้น ก็คือ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรร่า ซึ่งถึงแม้จะโดนวิจารณ์ว่าทำทีมเน้นผลการแข่งขัน เล่นรัดกุมมากไป จนไม่เหมือนกับสไตล์การเล่นของทีมแซมบ้า

แต่สุดท้ายแล้ว แปร์เรร่า ก็พา บราซิล ที่มี ดุงก้า, โรมาริโอ และ เบเบโต้ เป็นตัวชูโรง คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 มาครองจนได้ ด้วยการเอาชนะ อิตาลี ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยการดวลจุดโทษ (เสมอกัน 0-0 ในเวลาปกติ และช่วงต่อเวลาพิเศษ) โดยที่ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ดาวยิงคนเก่งของอิตาลี ซัดจุดโทษข้ามคานไป ส่งผลให้ บราซิล ได้แชมป์โลก อีกครั้ง

4 ปีต่อมา ฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส, บราซิล กลับมาป้องกันแชมป์ โดยมี มาริโอ ซากัลโล่ คุมทัพมา ท่ามกลางปัญหาหลายประการ โดย บราซิล ชุดนี้มี โรนัลโด้ เป็นตัวชูโรง หลังจากที่ โรมาริโอ โดนตัดออกจากทีมไป
แม้ว่าจะเจอปัญหาหลายอย่าง แต่ บราซิล ก็เป็นบราซิล อยู่วันยันค่ำ ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศจนได้ ก่อนจะไปพ่ายยับเยินให้กับ ฝรั่งเศส แบบน่ากังขา 0-3 ชนิดเป็นที่ต้องสงสัยของแฟนบอลทั่วโลกว่าทำไมบราซิล ถึงได้แพ้ยับขนาดนี้

ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา บราซิล มีนักเตะพรสวรรค์สูงก้าวขึ้นมาสู่ระดับโลก มากมายหลายคน และเพียงแค่ 3 คน ในนาม 3 R อันประกอบไปด้วย โรนัลโด้, ริวัลโด้ และ โรนัลดินโญ่ ก็สามารถพาบราซิล ลืมความผิดหวังในฟุตบอลโลก 1998 ด้วยการก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะ เยอรมัน ในรอบชิงชนะเลิศ 2-0

คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรร่า คือผู้ที่กุมบังเหียนทีม "เซเลเซา" ในเพลานี้ โดยเข้ามารับตำแหน่งนี้อีกครั้ง แทนที่ หลุยส์ เฟลิปเป้ สโคลารี่ หลังจากจบฟุตบอลโลก 2002 และ แปร์เรร่า ก็พาทีมชาติบราซิล บินสูง อย่างที่แฟนบอลของตนเอง คาดหวังเอาไว้ได้ โดยในรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 2006 โซนอเมริกาใต้ บราซิล ทำผลงานได้สุดยอด คว้าอันดับ 1 ของการแข่งขันโดยยิงได้ถึง 35 ประตู โดยเสียไป 17 ประตู และมีสถิติ ไม่แพ้ใครในบ้านของตนเอง อีกด้วย แถมยังมีดาวซัลโวของรอบคัดเลือกโซนนี้ ชื่อ โรนัลโด้ ซึ่งซัดไป 10 ประตู

ปาร์เรร่า อาจจะไม่เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน แต่ก็ไม่มีใครสงสัยเรื่องความสามารถในการคุมทีมของเขา ที่เริ่มมาจากการเป็นโค้ชด้านความฟิตให้กับทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี 1970 ที่เม็กซิโก นอกจากนั้นเขายังมีประสพการณ์คุมทีมชาติคูเวต ไปร่วมศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ปี 1982 ที่ประเทศสเปน และพาทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ไปร่วมมหกรรมฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายปี 1990 ที่ประเทศ อิตาลี

ด้วยฝีไม้ลายมือ และประสพการณ์อันโชกโชนของ ปาร์เรร่า บวกกับกองทัพนักเตะระดับโลกที่คับแน่นไปด้วยคุณภาพของนักเตะ "เซเลเซา" ซึ่งนำทัพโดย โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่, กาก้า, โรบินโญ่, อาเดรียโน่ รวมทั้ง
โรแบร์โต้ คาร์ลอส และชาวคณะ จึงทำให้ บราซิล คือเต็งหนึ่งของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 อย่างไม่ต้องสงสัย แต่พวกเขาจะก้าวไปคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ได้หรือไม่นั้น อันนี้ยังน่าสงสัย ต้องติดตามชมกันต่อไปครับท่าน

ผู้จัดการทีม : คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรร่า

รายชื่อนักเตะทีมชาติบราซิล

 กลุ่มเอ
เยอรมัน
คอสตาริกา
โปแลนด์
เอกวาดอร์
 กลุ่มบี
อังกฤษ
ปารากวัย
ตรินิแดดและโตเบโก
สวีเดน
 กลุ่มซี
อาร์เจนตินา
ไอวอรีโคสต์
เซอร์เบียฯ
ฮอลแลนด์
 กลุ่มดี
เม็กซิโก
อิหร่าน
แองโกลา
โปรตุเกส
 กลุ่มอี
อิตาลี
กาน่า
สหรัฐอเมริกา
สาธารณรัฐเช็ก
 กลุ่มเอฟ
บราซิล
โครเอเชีย
ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่น
 กลุ่มจี
ฝรั่งเศส
สวิตเซอร์แลนด์
เกาหลีใต้
โตโก
 กลุ่มเอช
สเปน
ยูเครน
ตูนิเซีย
ซาอุดิอาระเบีย
World Soccer 2006 Trademark used for Sanook! web site only and un Official site.
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพอข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกแจ้งลบ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ