|
| |
32 ทีมสุดท้าย |
ออสเตรเลีย |

ก่อตั้ง : ปี 1961
ผ่านเข้าฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย : 1 ครั้ง ปี 1974 ผลงานสูงสุดในฟุตบอลโลก : - เกียรติประวัติระดับทวีป : แชมป์โซนโอเชียเนีย 3 สมัย (1980, 1996, 2000)
ประวัติทีมชาติ
ในที่สุดการรอคอยอันยาวนานถึง 32 ปี ของ ออสเตรเลีย ก็สิ้นสุดลง, การรอคอยที่จะได้ไปสำแดงฝีเท้าในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในที่สุดก็กลายเป็นฝันที่เป็นจริง
ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลีย เคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เพียง 1 ครั้ง คือในปี 1974 ซึ่งในครั้งนั้นก็มีเยอรมันตะวันตก เป็นเจ้าภาพ และในฟุตบอลโลกครั้งนั้น ออสเตรเลีย ก็ตกรอบแรกไปด้วยสถิติ ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 2 หลังแพ้ทั้ง เยอรมันตะวันตก และ ตะวันออก ก่อนที่จะเสมอกับ ชิลี แบบไร้สกอร์
รอบคัดเลือก ของโซนโอเชียเนีย ถือว่าเป็นงานที่ง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเข้าปากของทีม จิงโจ้ และด้วยการที่เป็นทีมชั้นนำของทวีป ทำให้ ออสเตรเลีย ได้สิทธิ์ไปเตะในรอบคัดเลือก รอบ 2 ของโซนเอเซียเนีย เลย ไม่ต้องเตะรอบแรกให้เสียเวลา
ในรอบคัดเลือก รอบ 2 ของ โซนโอเชียเนีย ออสเตรเลีย เริ่มต้นด้วยการเอาชนะ นิวซีแลนด์ ทีมที่สูสีกับพวกเขาที่สุดแล้วในย่านนี้ 1-0 ก่อนจะไล่ถล่มบรรดาทีมรองบ่อน และอ่อนชั้นในเชิงลูกหนัง อย่าง ตาฮิติ 9-0 ตามด้วยอัด ฟิจิ 6-1 และมาล่อ วานัวตู 3-0 ก่อนจะมาสะดุดเสมอ หมู่เกาะโซโลมอน 2-2 ในนัดสุดท้าย ทำสถิติ แข่ง 5 ชนะ 4 เสมอ 1 ยิงได้ 21 ประตู เสียเพียง 3 ประตู เข้ารอบต่อไปแบบสบายๆ
รอบชิงแชมป์โซนโอเชียเนีย ออสเตรเลีย ก็มาปราบ หมู่เกาะโซโลมอน ทีมจอมเซอร์ไพรส์ และคราวนี้ ออสเตรเลีย ไม่ยอมให้ หมู่เกาะโซโลมอน มาสร้างเซอร์ไพรส์อีกแล้ว เมื่อเปิดบ้านถล่มแหลกไปก่อนถึง 7-0 ก่อนจะออกไป เอาชนะได้แบบสบายๆ อีก 2-1 ในนัดที่ 2 จึงชนะไปด้วยประตูรวม 9-1
ในฐานะของทีมแชมป์โซนโอเชียเนีย ทำให้ ออสเตรเลีย ได้สิทธิ์ไปเตะรอบเพลย์ออฟ โดยพบกับ อุรุกวัย ทีมอันดับ 5 จากรอบคัดเลือกของโซนอเมริกาใต้
ก่อนหน้านั้น ออสเตรเลีย ต้องพบกับความผิดหวังในการลงเตะรอบเพลย์ออฟมาแล้ว หลายครั้ง เรียกว่าเป็นขาประจำต่อความชอกช้ำในรอบเพลย์ออฟเลยก็ว่าได้ ทั้งการเพลย์ออฟของฟุตบอลโลกปี1986, 1994, 1998 และ 2002 โดยในฟุตบอลโลก 2002 พวกเขาก็พ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟให้กับ อุรุกวัย นี่แหละ
สงครามแข้ง รอบเพลย์ออฟ ครั้งนี้ อุรุกวัย ได้ลงเล่นในถิ่นของตัวเองก่อน และก็โชว์ฟอร์มได้ดี แต่กลับมีปัญญายิง ออสเตรเลีย ได้แค่ 1-0 ทำให้ในการกลับมาเตะนัดที่ 2 ในถิ่นของ ออสเตรเลีย จึงเป็นเกมที่บีบหัวใจยิ่งนัก และ มาร์ค เบรสชาโน่ กองกลางจากสโมสรปาร์ม่า ในกัลโช่ เซเรีย อิตาลี ก็กลายเป็นพระเอกยิงประตูให้ ออสเตรเลีย ชนะ ไปได้บ้าง 1-0 ทำให้รวมผล 2 นัด เสมอกัน 1-1 จนในที่สุดต้องดวลจุดโทษตัดสินกัน
ในวินาทีระทึกใจของการดวลจุดโทษ หลังจากที่ มาร์ค ชวาร์เซอร์ นายทวารฝีมือดีจาก มิดเดิ้ลสโบรช์ เซฟลูกยิงของ ดาริโอ โรดริเกซ และ มาร์เซโล่ ซาลาเยต้า 2 ดาวเตะอุรุกวัยได้สำเร็จ จอห์น อลอยซี่ กองหน้าจอมเก๋า ก็ออกมาซัดประตูชัยให้ ออสเตรเลีย ตีตั๋วไปเยอรมัน ได้สำเร็จ สมการรอคอย
ทีมชาติออสเตรเลีย ชุดนี้ อยู่ภายใต้การคุมทีมของ กุส ฮิดดิงค์ กุนซือฝีมือดีชาวดัตช์ ที่เคยพาทีมชาติฮอลแลนด์ คว้าอันดับ 4 ของฟุตบอลโลก 1998 มาแล้ว ก่อนจะมาสร้างเซอร์ไพรส์ กลายเป็นปูชนียบุคคลของชาวเกาหลีใต้ เมื่อพาทีมชาติเกาหลีใต้ คว้าอันดับ 4 ของฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลีใต้ ร่วมเป็นเจ้าภาพกับ ญี่ปุ่น
ฮิดดิงค์ ผ่านประสบการณ์การคุมทีมมากมาย ทั้งระดับสโมสร และทีมชาติ โดยเริ่มต้นด้านการเป็นโค้ชเมื่อปี 1982 กับสโมสร เดอ กราฟชาป หลังจากนั้นไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในปี 1984 ก่อนจะได้เป็นกุนซือใหญ่แบบเต็มตัวในอีก 2 ปีถัดมา และสร้างผลงาน พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ดัตช์ 4 ปีรวด และแชมป์ดัตช์ คัพ อีก 3 สมัย โดยในปี 1988 สร้างผลงานบันลือโลก พาทีมคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้อีกด้วย
หลังจากนั้นก็หันไปคุมทีม เฟเนร์บาห์เช่ ในตุรกี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงย้ายไปคุม บาเลนเซีย ใน 2 ปี ก่อนจะถูกสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ (เคเอ็นวีบี) แต่งตั้งมารับตำแหน่งกุนซือทีม อัศวินสีส้ม พอจบฟุตบอลโลก ปี 1998 ก็ไปคุมทีม รีล มาดริด และพา ราชันชุดขาว คว้าแชมป์สโมสรโลก แต่โดนปลดออกจากตำแหน่งเพราะผลงานในลา ลีกา ไม่ค่อยดี และมีปัญหากับฝ่ายบริหารของทีม
แต่คนอย่าง ฮิดดิงค์ ไม่มีทางจะว่างงานได้นาน พอออกจาก รีล มาดริด เขาก็ไปคุมทีมรีล เบติส ก่อนจะถูกทีมชาติเกาหลีใต้ดึงตัวไปร่วมงานเมื่อเดือนมกราคมปี 2001 และพาทีมทำผลงานเอกอุ ดังที่กล่าวไว้ในข้างต้น
สำหรับนักเตะกำลังสำคัญของ ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค ชวาร์เซอร์ นายทวารจากมิดเดิ้ลสโบรช์, ลูคัส นีล กองหลังจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, ทิม เคฮิลล์ กองกลางจากเอฟเวอร์ตัน, แฮร์รี่ คีเวลล์ จากลิเวอร์พูล, เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน กองกลางจากแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส นอกจากนั้นยังมี มาร์ค เบรสชาโน่ จากปาร์ม่า ในอิตาลี และ จอห์น อลอยซี่ ที่ค้าแข้งอยู่ในสเปน
ในรอบแรกของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ออสเตรเลีย อยู่ในกลุ่ม เอฟ ร่วมกับ บราซิล, โครเอเชีย และ ญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อดูจากเพื่อนร่วมสายแล้ว แม้จะมี บราซิล เป็นอุปสรรคสำคัญ แต่ โครเอเชีย กับ ญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่งานที่หนักหนาสาหัสอะไรสำหรับทัพนักเตะแดนจิงโจ้ ที่จะฟันฝ่าไปสู่รอบต่อไป
ผู้จัดการทีม : กุส ฮิดดิ้งค์
รายชื่อนักเตะทีมชาติออสเตรเลีย
|
|
 |
|
|