  
หลังจากที่บู๊กันมากว่า 3 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ถึง 29 มิถุนายน ในที่สุดศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ "ยูโร 2008" ที่ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ ก็ได้รูดม่านปิดฉากกันไปแล้ว และก็เป็นทีม "กระทิงดุ" สเปน ที่ยุติการรอคอยแชมป์ระดับเมเจอร์ในรอบ 44 ปีคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่เอาชนะเยอรมนี ไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม แอร์นท์ ฮัพเพิ่ล สตาดิโอน ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ประตูโทนของ เฟอร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าตัวเก่งของสเปน เพียงพอที่จะทำให้เหล่าขุนพล "เอล มาทาดอร์" สลัดคราบฉายา "หมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อม" อย่างที่ใครหลายคนปรามาสไปโดยปริยาย กับการคว้าแชมป์ยูโรเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 1964
แน่นอน บุคคลที่อยู่ในความสำเร็จครั้งนี้ คงจะเป็นใครไปเสียมิได้ นอกเหนือจาก หลุยส์ อราโกเนส กุนซือขรัวเฒ่าที่จะมีอายุครบ 70 ปีในวันที่ 28 เดือนหน้านี้
แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่บุคลิกในการทำทีมของ อราโกเนส ยังคงเป็นเอกลักษณ์กับการออกมาสั่งการเมื่อลูกทีมเล่นไม่ได้ตามที่ต้องการโดยไม่ได้หวั่นเรื่องสุขภาพ ขณะเดียวกัน ปรัชญาในการทำทีมของ อราโกเนส ก็ยังเป็นสิ่งที่หลายคนต้องนำเอาไปใช้ โดยเฉพาะการไม่เลือก ราอูล กอนซาเลซ ดาวยิงที่ยิงประตูได้สูงสุดในทีมชาติ 44 ประตู มาติดทีม แม้ ราอูล จะโชว์ฟอร์มดีในลา ลีกา สเปน เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ตาม
อราโกเนส มองเห็นว่า หากนำ ราอูล มาติดทีมแล้ว อาจจะส่งผลกระทบต่อการปกครองของตัวเองไปด้วย เพราะนักเตะสเปนชุดนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเตะดาวรุ่ง และหากมีนักเตะอาวุโสที่สามารถเป็นแกนนำของทีมได้แล้ว บางทีอาจจะเสียการปกครองจากที่ตนเองมีอำนาจ โอนถ่ายไปเป็นของ ราอูล ก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้ อราโกเนส จึงไม่อยากจะเรียกตัว ราอูล มาติดทีมชาติสเปน แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักก็ตาม
และผลลัพธ์ที่ออกมา ก็แสดงให้เห็นว่าบรมกุนซือคนนี้ คิดถูกต้องนะคร้าบ!
อีกอย่างหนึ่งที่ อราโกเนส ใช้จิตวิทยาในการคุมทีมก็คือ การรับมือกับข่าวที่ว่า ได้เซ็นสัญญาย้ายไปคุมทีม เฟเนร์บาห์เช่ ทีมดังของตุรกีแล้ว หลังจบการแข่งขันฟุตบอล "ยูโร 2008"
อราโกเนส ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า เขาจะอำลาทีมหลังจบการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ "ยูโร 2008" แน่นอนแล้ว แต่อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่ได้ให้คำตอบในเวลานี้
ดังนั้น อราโกเนส รีบแจ้นปฏิเสธข่าวทันทีว่า เขายังไม่ได้จรดปลายปากกาคุมทีม เฟเนร์บาห์เช่ แต่อย่างใด ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงนั้น แต่สิ่งที่กุนซือเฒ่าไม่อยากจะเห็นและไม่อยากจะให้มีด้วย ก็คือนักเตะภายในทีมต้องสูญเสียสมาธิในการแข่งขัน หลังจากที่มีตัวอย่างให้เห็นกันไปแล้วในกรณีของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ที่มีข่าวจะไปรับงานคุมทีม เชลซี ในระหว่างลงแข่งขัน จนทำให้ โปรตุเกส มีอันต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายไป
หลายคนอาจจะแปลกใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเหรอ? มีแน่นอนครับ โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจนักเตะ เพราะบางคนที่ได้เป็นตัวจริงมาโดยตลอด อาจจะคิดอยู่ในใจว่า หากมีคนใหม่มาทำทีมแทนจะได้เป็นตัวจริงหรือเปล่า ซึ่งก็เป็นเหมือนกับสุภาษิตที่ว่า เปลี่ยนม้ากลางศึกหนักแหละน่า

ส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ ทีมชาติสเปน ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ก็คือเรื่องของสปิริตภายในทีม รวมทั้งช่วงท็อปฟอร์มของนักเตะหลายคนในทีม ทั้ง ดาวิด บีญ่า ที่ครองดาวซัลโวสูงสุด 4 ประตู, อีเคร์ กาซิยาส ผู้รักษาประตูจอมหนึบ, อันเดรีย อิเนสต้า รวมทั้ง ตอร์เรส ด้วย แต่คนหนึ่งที่ต้องบอกว่า เป็นคนปิดทองหลังพระอย่างแท้จริงและแม้จะไม่เคยได้รับตำแหน่ง "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" ตลอดการลงเล่นทั้ง 5 นัด แต่เขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับการขับเคลื่อนเกมของทีม
นั่นก็คือ ชาบี้ เอร์นานเดซ มิดฟิลด์ห้องเครื่องคนสำคัญของทีมนั่นเอง
ชาบี้ กองกลางจากค่าย บาร์เซโลน่า คือคนที่คอยบงการเกมให้ สเปน ว่า จะเดินหมากกันอย่างไรบ้าง และมีหลายครั้งที่จังหวะสำคัญๆ ก็มีเขามีส่วนร่วม โดยเฉพาะในเกมที่ชนะ รัสเซีย 3-0 ที่เขาทำประตูได้รวมทั้งในเกมชิงชนะเลิศที่เป็นผู้ผ่านบอลถวายพานให้ ตอร์เรส หลุดเข้าไปเบียดกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม ก่อนจะตักบอลข้ามตัว เยนส์ เลห์มันน์ เข้าไป
และด้วยผลงานดังกล่าวทำให้ กองกลางวัย 28 ปีเจ้าของติดทีมชาติ 63 นัด ได้รับเลือกให้เป็น นักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวนาเมนต์ นอกเหนือจากนั้น เขาเองยังเป็นหนึ่งใน 9 นักเตะสเปนที่ได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมของรายการนี้ด้วย
"พวกเราเลือกเขา เพราะคิดว่าเขามีส่วนสำคัญในการเล่นของสเปน เขามีอิทธิพลอย่างมากกับการครอบครองบอลทั้งหมดของทีมชาติสเปน รวมทั้งการจ่ายบอล และ การจ่ายบอลทะลุช่องที่ทีมชาติสเปนด้วย" แอนดี้ ร็อกซ์เบิร์ก ผู้อำนวยการเทคนิคของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า กล่าว สเปน ได้สลัดคราบของฉายาที่ว่ามักจะตกม้าตายในรอบสุดท้ายไปแล้ว ดังนั้น ด้วยนักเตะพลังหนุ่มของทีมชาติสเปนชุดนี้กับการมีดีกรีแชมป์ยุโรป 2008 พ่วงท้ายแบบนี้ด้วยนั้น ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ จะเป็นทัวร์นาเมนต์อีก 1 รายการที่พวกเขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขามีเลือดกระทิงข้นคลั่กในตัวและอยากจะแสดงให้เห็นฝีเท้าที่แท้จริงอย่างไรบ้าง!
STEVIEJENG (ดีเจ.จากคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 99 MHz.) STEVIEJENG@SANOOK.COM
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สเปน กับแชมป์นี้ที่รอคอย
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 1
Re: สเปน กับแชมป์นี้ที่รอคอย
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์