 |
ทุกอย่างเป็นไปได้
เรื่องเหลือเชื่อแบบเป็นไปไม่ได้มักเกิดขึ้นกับชีวิตคนเรา บางทีเราอาจอยู่ในโลกของความฝันจนทำให้นึกว่าโอกาสเป็นไปได้ในความเป็นจริงมีค่าเท่ากับศูนย์ ก่อนสรุปว่ามันคงเป็นไปไม่ได้หรอก
พี่น้องตระกูลไรท์ฝันว่ามนุษย์บินได้เหมือนนก โธมัส แอลวา เอดิสัน ฝันเรื่องประดิษฐ์หลอดไฟจนกระทั่งมันเป็นจริงได้ในครั้งที่ 2000
ไม่ผิดหรอก หากเราจะฝันแล้วหวังให้มันเป็นไปได้ในความจริง เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ นักเตะอย่าง เดวิด เบ็คแฮม คงทำอะไรหลายอย่างไม่ได้ หากเขาไม่ผ่านการเคี่ยวเข็ญอย่างหนักภายใต้การ
ฝึกซ้อมแบบเข้มข้น ก่อนส่งผลในสนามฟุตบอล
หลายคนเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด, มิชาเอล บัลลัค, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, กาก้า กระทั่ง ซีเนดีน ซีดาน ผู้คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านด่านอรหันต์มาแทบทั้งสิ้น ไม่ใช่ได้มาแบบโชคช่วย หรือผีจับยัด เด่นทั้งฝีเท้าและแคแรกเตอร์
นักเตะเหล่านี้มักทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ในสนามฟุตบอล ประเภทยิงประตูตัดสินชัยชนะกันในช่วงวินาทีสุดท้าย, ยิงประตูเดียว ช่วยทีมผ่านเข้ารอบ, ยิงประตูสำคัญกอบกู้สถานการณ์ให้ทีมกลับมามีชัย อย่างเช่น สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก 2005 และประตูใน เอฟเอ คัพ 2006 ใครจะเชื่อว่าเอซี มิลานถูกยิง 3 ลูกในคืนวันที่ 25 พ.ค. 2005 หรือเวสต์แฮม พลาดในช่วงสองสามนาทีสุดท้าย เมื่อโดนเจอร์ราร์ด ยิงทะลุตะข่ายจากระยะ 40 หลา แล้วแชม์เปี้ยน ลีก กับ เอฟเอ คัพ ตกเป็นของลิเวอร์พูลอย่างเหลือเชื่อ
มันเป็นไปได้!!!
มีเรื่องไหนเป็นไปได้ โดยที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้อีกบ้าง เราเคยคิดฝันกันหรือเปล่าว่า ทุกวันนี้โลกของเกมฟุตบอลเดินทางไปไกลลิบลับ จากเล่นบอลโดยไม่สวมอะไรเลย(หมายถึงรองเท้า) ทุกวันนี้ เทคโนโลยีช่วยรังสรรค์ให้เท้าของเราวิเศษขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
ถ้าย้อนกลับไปนั่งทบทวนความจริงเมื่อ 20 - 30 ปีก่อน คงไม่มีใครอยากเชื่อว่าทุกวันนี้เราได้เห็นวิวัฒนาการของเกมฟุตบอลที่โลดแล่นเคียงข้างไปพร้อมกับรองเท้าของนักเตะ การออกแบบคงไม่ทำให้สวมใส่ได้พอดี ไม่กัดหรือบีบรัดหัวแม่เท้ามากอย่างเดียว หากแต่คุณประโยชน์ใช้สอยจำเป็นต่อเกมฟุตบอลยุคสมัยนี้ และอยากเชื่อว่าคนออกแบบรองเท้าจะเป็นอดีตยอดนักเตะ "หงส์แดง" ยุค 80 อย่าง เคร็ก จอห์นสตัน
ช่วงนั้น เคร็ก อดีตกองกลางจอมขยันที่วิ่งพล่านไปทั้งสนามยุค "หงส์แดง" ตะแคงยุโรป ได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบรองเท้าสตั๊ดของ อาดิดาส รุ่น
พรีเดเตอร์ ด้วยคอนเซปต์ที่ว่า
พรีเดเตอร์ จะมีส่วนช่วยให้บรรดาผู้รักการเล่นฟุตบอลทุกระดับ จากสมัครเล่นถึงมืออาชีพ สามารถเปิดบอลได้ด้วยพลัง และมีความแม่นยำ รวมทั้งมีทีเด็ดในการยิงฟรีคิกให้มันไซด์โค้งมากขึ้น แต่พรีเดเตอร์คงช่วยให้ยิงฟรีคิกหรือเตะบอลแม่นขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้พยายามฝึกฝนอะไรเลย แบบนี้ตัวช่วยคงจะไม่ได้ช่วย และความเป็นไปได้ในการเล่นบอลให้มันดีขึ้นคงไม่มีทาง
จากพรีเดเตอร์ของจอห์นสตัน ทุกวันนี้เราได้เห็นแม่แบบของสุดยอดนักเตะอย่างเบ็คแฮม, ซีดาน, กาก้า, แลมพาร์ด, เจอร์ราร์ด กลุ่มนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยผลิตรองเท้าเหล่านี้ขึ้นมา เพราะพวกเขาในฐานะ
ยอดนักเตะที่เล่นฟุตบอลได้ด้วยทักษะอันดีเยี่ยมจะบอกกับเราว่ารองเท้าควรเป็นแบบไหนจึงจะเหมาะกับเท้าสุดๆ นี่คือสิ่งที่เป็นไปได้อีกเรื่องในยุคหนังเท้าแท้ๆเตะบอลมาสู่ยุคเท้าหุ้มด้วยหนังเพื่อเล่นบอล 1 ก.พ.
ถึง 15 เม.ย. นี้
ลองแวะไปที่ อาดิดาส ชอป ที่นั่นอาจทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงและอะไรที่เป็นไปไม่ได้มันมีโอกาสเป็นไปได้!!! |
 |
F50 เครื่องบินขับไล่ในรูปแบบของสตั๊ด
ถ้าเปรียบรองเท้าสตั๊ดกับรถยนต์สักประเภท รองเท้าหวดลูกหนังรุ่น โคป้า มุนเดียล อันเลื่องบันลือคงเปรียบได้กับรถโบราณรูปทรงงดงามสุดแสนคลาสสิก รองเท้าหวดลูกหนัง รุ่น
พรีเดเตอร์ คงเปรียบได้กับพาหนะรูปร่างบึกบึน แข็งแกร่ง และสมบุกสมบันประหนึ่งรถหุ้มเกราะที่ติดปืนกลไว้พร้อมจะถล่มคู่แข่ง
ส่วน F50 Tunit น่าจะเปรียบได้กับรถแข่ง เพราะรูปทรงอันโฉบเฉี่ยวปนฉูดฉาดจนชวนตื่นเต้นของมันบ่งบอกถึงความรวดเร็ว ร้อนแรง และจัดจ้านระดับโลก เพราะเมื่อพูดถึงตัวอักษณ "เอฟ" (F) หลายคนจะนึกถึงเครื่องบินขับไล่
F4 แฟนท่อม
F5 เอ และ F5 อี
F14 ทอมแคต
F15 อีเกิ้ลล์
F18 ฮอร์เนตส์ เช่นกัน
F50 Tunit จึงน่าจะเปรียบได้กับเครื่องบินขับไล่ที่มิได้ให้แค่ความ รวดเร็ว แต่ยังเป็นเครื่องบินเจ็ตความเร็วสูงที่ติดอาวุธหนักแบบเต็มอัตราศึกพร้อมถล่มคู่แข่งในทุกสถานการณ์เลยทีเดียว รองเท้าขับไล่รุ่น
F50 ถือเป็นหนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีชขบวนล่าสุดของ
อาดิดาสที่เปิดตัวต่อสายตาประชาคมโลก เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2004 โดยรุ่นล่าสุดของปี 2007 จัดเป็นรุ่นที่ 4 ของสตั๊ดตระกูลเอฟ ถือเป็นรุ่นลูกของ "พรีเดเตอร์" และรุ่นหลานของ "โคป้า มุนเดียล" นัยว่าผลิตออกมาเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เพราะลักษณะเด่นของสตั๊ดลายพันธุ์เอฟ คือ การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวให้อารมณ์และความรู้สึกที่ทันสมัย ประมาณว่าถอดปุ่มออก ก็พร้อมใส่ไปเที่ยวได้เลย
แต่เมื่อสวมใส่ลงไปในสนาม มันก็พร้อมจะกลายเป็นอาวุธร้ายของผู้สวมใส่ที่มีพลังทำลายสูงส่งไม่ต่างจากเครื่องบินขับไล่ นอกจากนี้มันยังอเนกประสงค์สามารถปรับให้เหมาะกับทุกสนามแข่ง แถมเหมาะกับหน้าตาของผู้สวมใส่ทุกประเภทอีกต่างหาก เนื่องเพราะมันสามารถเปลี่ยนพื้นรองเท้าและปุ่มสตั๊ดให้เข้ากับทุกสภาวะการณ์ ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือฟ้าจะร้อง
หนำซ้ำการไม่มีเอกลักษณ์เด่นอันเป็นเครื่องหมายการค้าของอาดิดาส อย่าง 3 แถบ เหมือนสตั๊ดรุ่นอื่นๆ ก็ถือเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน มันเหมือนงานศิลปะที่บอกได้คำเดียวว่า...เท่ห์สุดๆ ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ผู้เล่นซึ่งมีความจัดจ้านเป็นบุคลิกเฉพาะตัวอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, ลูคัส โพดอลสกี้, ลีโอเนล เมสซี่, แอชลีย์ โคล, ดาวิด เทรเซเก้ต์ หรือ ฌิบริล ซิสเว่ จึงสวมใส่
F50 ลงไปสร้างสีสันในเกม ว่าแล้วก็จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ถึงจะสัมผัสเข้าไปถึงแก่นแท้แห่งความจัดจ้านของมัน
นอกจากผู้ที่ซื้อมาสวมใส่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีรสนิยมในการเลือกใช้สตั๊ดแล้ว ยังมีโอกาสเป็นผู้โชคดีได้ร่วมทีม
F50 เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษกับทีมรวมดาราโลกอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, มิชาเอล บัลลัค, ลีโอเนล เมสซี่, กาก้า, ฮวน โรมัน ริเกลเม่, อาร์เยน ร็อบเบน ฯลฯ อีกต่างหาก เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
เหมือนสโลแกนที่ว่า "Impossible is Nothing" |
 |